
ยากต้านทาน
บ้านเมืองกำลังเข้าสู่การใส่เกียร์ 5 เดินหน้า Set Zero อย่างแท้จริง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
บ้านเมืองกำลังเข้าสู่การใส่เกียร์ 5 เดินหน้า Set Zero อย่างแท้จริง
ทว่าไม่ใช่การ Set Zero ที่ย้อนกลับไปก่อนปฏิวัติในวันที่ 19 ก.ย. 2549 เหมือนอย่างที่พยายามผลักดันกัน
เพราะการย้อนกลับไปจุดนั้น จะทำให้เกิดรายการนิรโทษกรรมรวมไปถึงการคืนเงินที่เกิดจากการยึดทรัพย์พร้อมดอกเบี้ย รวมแล้วเป็นเงินมหาศาล
แต่การ Set Zero ที่กำลังทำกันอยู่เกิดขึ้นหลากหลายมิติ เป็นมหกรรมเลยก็ว่าได้
เริ่มจากศาลรัฐธรรมนูญกดปุ่ม Set Zero ย้อนสถานการณ์ไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 3 ส.ค. 2544 อันเป็นช่วงตัดสินคดีซุกหุ้น
สาเหตุเนื่องจากการตัดสินคดีซุกหุ้นในครั้งนั้น คือต้นตอสำคัญของปัญหาการเมืองที่เป็นอยู่
รายงานของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ที่มี คณิต ณ นคร เป็นประธาน ระบุชัดว่า การตัดสินคดีซุกหุ้นเป็นการกระทำโดยบิดเบือน หักดิบกฎหมาย โดยเกิดจากอิทธิพลของกระแสทางสังคมและกระแสทางการเมือง
และทั้งหมดคือรากเหง้าก่อให้เกิดสารพัดเงื่อนปมแตกหน่อตามมา แม้กระทั่งปัญหาการเมืองที่รุ่มร้อนอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นผลจากการตัดสินคดีซุกหุ้น
เมื่อจะล้างปัญหา ก็ต้อง Set Zero กันใหม่
คดีสำคัญที่ถือว่าเป็นการ Set Zero ด้วยฝีมือศาลรัฐธรรมนูญก็คือ การวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี พ้นสภาพจากกรณีการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี
นี่แหละถือเป็นการชำระล้างเงื่อนปม ปลิดผลไม้พิษที่ผลิดอกออกผลมาตั้งแต่คดีซุกหุ้นพ้นไปเสีย
ก็ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญปล่อยผีออกมาเมื่อครั้งก่อน ครั้งนี้ก็ต้องจัดการจับร่างทรงที่หลงเหลือลงหม้อมัดตราสัง
ขณะที่ในอีกด้านมวลมหาประชาชนก็กำลัง Set Zero ผลักดันให้มีการปฏิรูปการเมืองอีกครั้ง โดยย้อนกลับไปก่อนการปฏิรูปการเมืองครั้งแรกในปี 2540
อย่าลืมการปฏิรูปการเมืองครั้งนั้น จนกระทั่งถึงการปฏิวัติในปี 2550 สร้างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อให้เกิดเผด็จการรัฐสภา โดยอำนาจของทุน
เมื่อเหตุเกิดจากรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไปแก้ไขให้ตรงกับเหตุ
นี่แหละถึงบอกว่าบ้านเมืองกำลังเข้าสู่ภาวะ Set Zero
เป็นการขับเคลื่อนที่มีทั้งพลังภายนอก พลังภายใน พลังที่มองไม่เห็น ผนึกกำลังผลักดัน จนยากจะหยุดยั้ง
ใครไม่เชื่อก็ตามใจ







