
มึนจัด
ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่งผ่าน ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่งผ่าน ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
มาตรการดังกล่าว ถ้าฟังแค่ชื่อก็ดูดีมาก โดยเรียกว่ามาตรการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ 4 ด้าน
แต่ถ้าลงในรายละเอียด จะเห็นว่าไม่มีอะไรใหม่
มาตรการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่
1.ด้านการบริโภคภาคเอกชน เช่น ให้นิติบุคคลนำค่าใช้จ่ายในการสัมมนาในประเทศหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ในปีภาษี 2556/2557
2.การลงทุนภาคเอกชน อาทิ ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวลงทุนซื้อหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน หักค่าเสื่อมได้ 50% ในปีแรก เป็นต้น
3.การใช้จ่ายภาครัฐ ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี
และ 4.การส่งออก อาทิ ขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ
ลองดูเอาเถอะ มาตรการพวกนี้จะทำให้มีเม็ดเงินใหม่ๆ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหรือการลงทุนมากขึ้นจริงหรือ
อย่างเช่น การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี ก็เป็นปกติที่ต้องเร่งรัดกัน ที่สำคัญเงินแต่ละปีก็คงที่ ไม่มีเพิ่มขึ้นมากมาย
หรืออย่างการเร่งรัดส่งออกไปตลาดประเทศเพื่อนบ้าน จะขยายส่งออกไปลาว เขมร พม่า ฯลฯ และจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟูเฟื่องขึ้นทันตาเห็นได้้จริงหรือ
การส่งออกที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจต้องพึ่งพาตลาดหลักคืออาเซียน จีน อเมริกา ญี่ปุ่น เหล่านี้ ถ้าตลาดเหล่านี้ยังไม่ฟื้นก็อย่าหวังจะทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้น และทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างที่ต้องการ
นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาไม่มีอะไรใหม่ และไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม
สิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือ ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ลดหรือเลิกมาตรการประชานิยม โดยเฉพาะมาตรการจำนำข้าว เร่งศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนโครงการในการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเสียใหม่
นี่แหละคือมุมมองนักวิชาการที่มองแล้วว่าไม่ใช่
หรือทางที่ดีรัฐบาลอย่าทำตัวให้เป็นปัญหา อย่าทำให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเสียดีกว่า อย่างเช่น เลิกการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
นี่แหละ ตัวปัญหาที่น่าจะถกใน ครม.เพื่อหาทางแก้ไขจะดีกว่า
ไม่ใช่ทำอะไรก็ไม่รู้ เห็นแล้วพานจะเป็นลม







