
แก้ข้าวเหม็นๆ
โครงการที่สร้างความสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลมากที่สุดก็คือการรับจำนำข้าว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โครงการที่สร้างความสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลมากที่สุดก็คือการรับจำนำข้าว
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดทุนหลายแสนล้านบาท การทุจริตตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง การส่งออกข้าว ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่อง ฯลฯ ซึ่งปิดบังไม่มีใครล่วงรู้
ทั้งหมดกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด โดยสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างมากมาย
แต่ที่น่าจับตามากสุดก็คือเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ บุญทรง เตริยาภิรมย์ พ้นจากเก้าอี้ และให้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เข้ามาเป็นแทน
พูดง่ายๆ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้เกมปัญหาจำนำข้าวโดยเอา บุญทรง ที่กลายเป็นเป้าหมายใหญ่ออกไป และส่งบุคคลที่ตัวเองไว้ใจเข้ามาดูแลแทน
เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวปรากฏตลอดเวลาว่า ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยได้รับข้อมูลข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ แม้จะมีการสั่งการไปแล้วก็ยังไม่มีอะไรขยับ
จะจริงจะเท็จอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ทว่าสุดท้ายก็นำมาสู่การปรับเปลี่ยนเอาคนที่ยิ่งลักษณ์ไว้ใจมาคุมโครงการรับจำนำข้าว
แต่ประเด็นโครงการรับจำนำข้าวคงไม่จบลงอยู่ที่การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งการลดราคาจำนำข้าวลงมา
สิ่งที่รัฐบาล รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่อย่าง นิวัฒน์ธำรง ต้องดำเนินการก็คือการแก้ไขปัญหาสต๊อกข้าวที่มีอยู่
เพราะสต๊อกข้าวจำนวน 17-18 ล้านตันข้าวสาร เป็นจำนวนมหึมามหาศาลมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์
และสต๊อกข้าวเหล่านี้ไม่ต่างจากระเบิดดีๆ นี่เอง
การสะสางปัญหาหนีไม่พ้นจะต้องเร่งระบายออก ไม่เช่นนั้นปริมาณสต๊อกข้าวจะท่วมทะลักประเทศ ขณะเดียวกันความเสียหายจะเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสะสางข้อมูลข้อเท็จจริงของโครงการ ทั้งการขาดทุน ความเสียหายต่างๆ ที่หมกซุกซ่อนอยู่ และรวมไปถึงการแก้ปัญหาการทุจริตที่บังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางกลายเป็นมหกรรมขันโตกกินแบ่งกันครั้งใหญ่
และที่สำคัญรัฐบาลจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวต่อสาธารณะ และสร้างความน่าเชื่อถือให้บังเกิดขึ้น
เหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาโครงการข้าวที่เน่าเหม็นไปทั่ว
ทั้งหมดต้องบอกว่าไม่ง่าย และไม่รู้จะทำได้จริงจังเพียงใด
แต่ที่รู้แน่ชัดก็คือ หากไม่ทำรับรองได้พังทั้งขบวน







