
คนในรั้วชี้ขาด
โค้งสุดท้ายฝ่ายประชาธิปัตย์เหยียบเกียร์ห้า ฝ่ายพรรคเพื่อไทยได้เปรียบอำนาจรัฐ พลังสื่อ คอยประคองสถานการณ์ ไม่ตอบโต้ ปล่อยให้โพลช่วยสร้างกระแสว่าชนะแน่ ยิ่งนานวันยิ่งทิ้งขาดพรรคประชาธิปัตย์กระจุย
โค้งสุดท้ายฝ่ายประชาธิปัตย์เหยียบเกียร์ห้า ฝ่ายพรรคเพื่อไทยได้เปรียบอำนาจรัฐ พลังสื่อ คอยประคองสถานการณ์ ไม่ตอบโต้ ปล่อยให้โพลช่วยสร้างกระแสว่าชนะแน่ ยิ่งนานวันยิ่งทิ้งขาดพรรคประชาธิปัตย์กระจุย
พรรคเพื่อไทยสั่งลูกขุนพลอยพยักปิดปากชั่วคราว รอหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เสร็จ 3 มี.ค. อยากจะฉะใครก็ให้ระบายเต็มที่ ตอนนี้ให้อดทนอดกลั้น เพราะถ้าเข้าไปรุมตะบัน ก็จะตกหลุมประชาธิปัตย์ เดี๋ยวคนกรุงจะระลึกถึงเหตุการณ์เสื้อแดงยึดเมืองได้ จูดี้ก็จะพลอยหมดหล่อลง
พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยสโลแกน ซื่อสัตย์ ไม่โกง ให้นึกถึงสมัยทักษิณเรืองอำนาจที่คอร์รัปชัน ขณะที่เหล่าคนดังกลัวพรรคเพื่อไทยคว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ยึดครองความนิยมเบ็ดเสร็จ ทั้งอีสาน เหนือ และเมืองหลวงกรุงเทพฯ เลยประกาศหนุน “คุณชายหมู” เต็มตัว
ทั้งสองพรรคมีคะแนนจัดตั้งเท่าๆ กัน ตีคร่าวๆ ฝ่ายละ 30% อยู่ที่ว่าใครจะช่วงชิงพื้นที่ตรงกลาง 40% ได้มากที่สุด ผู้นั้นเป็นฝ่ายชนะ
แต่โพลมีส่วนสำคัญชี้นำ “คนที่ยังไม่ตัดสินใจ” เพราะพฤติกรรมคนจะเฮโลไปยังผู้ชนะมากกว่าฝ่ายแพ้
พรรคเพื่อไทยประเมินว่า ถ้ายอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 3 มี.ค.นี้ เหมือนครั้งก่อนในปี 2552 ที่ 51% หรือปี 2551 ที่ 54% ก็น่าจะเบียดชนะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้
กระนั้น ถ้าคนกรุงตื่นตัวออกมาใช้สิทธิมาก ก็อาจเป็นรองพรรคประชาธิปัตย์
เพราะคนที่ออกมาใช้สิทธิมาก จะเป็น “คนในรั้ว” ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ชอบออกมาใช้สิทธิ







