
ผ่านไปได้
คงเรียกได้ว่า รัฐบาลผ่านมรสุมทางการเมืองครั้งใหญ่ไปอีกครั้ง
คงเรียกได้ว่า รัฐบาลผ่านมรสุมทางการเมืองครั้งใหญ่ไปอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นม็อบกลางเมืองที่มาวันเดียวแล้วกลับ หรือแม้กระทั่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่รัฐบาลนับคะแนนเสียงเป็นต้องชนะขาดไปทุกคราว
เหตุการณ์ต่างๆ ก็ดำเนินต่อไป และรัฐนาวาจะผ่านมรสุมไปจนถึงโน่น ใกล้ๆ กลางปีหน้าเป็นอย่างต่ำค่อยว่ากันใหม่
ปัญหาใหญ่ที่รออยู่เห็นจะเป็นปมทางเศรษฐกิจที่ยังมีประเด็นมากมายรออยู่
นับตั้งแต่การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จะเกิดผลตามมาอย่างไร โดยเฉพาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ร้องลั่นว่าจะเอาไม่อยู่
ปัญหาการส่งออกที่ยังคงไม่เห็นอนาคต เนื่องจากตลาดส่งออกใหญ่ๆ ยังวนเวียนกับปัญหาเศรษฐกิจ
ปัญหาการจำนำข้าวที่ยอดการขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกขณะ สต๊อกข้าวท่วมประเทศสวนทางกับการส่งออกที่มืดมน มีเพียงคำโม้คุยโตว่าขายข้าวให้ประเทศโน้นประเทศนี้ได้
แต่เอาเข้าจริงกลับไม่เป็นเช่นที่คุย กลายเป็นเอกลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้ที่ยืดถือการโกหกสีขาวเป็นสรณะ ผิดจากนี้ไปไม่ใช่พวกเขาแน่นอน
ปัญหาทางเศรษฐกิจจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัญหาที่ซึมลึก สร้างผลกระทบอย่างรุนแรง
ส่วนทางการเมืองหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือไปแตะเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง ก็ยังมองไม่เห็นจุดระเบิดที่จะเกิดขึ้นได้
แต่นั่นแหละ ขออาศัยคำพระท่านบอกว่า อะไรๆ มันก็ไม่แน่
ที่แน่ๆ เห็นมานักต่อนัก สุดท้ายกลายเป็นไม่แน่ไปเสียฉิบ
สุดท้ายอยู่ที่บุญ กรรม ทำดีก็ต้องได้ดี ทำชั่วมีอำนาจวาสนาอย่างไรสุดท้ายก็จอดไม่ต้องแจว
ไม่เชื่อคอยดูกันต่อไปเถอะ







