กินข้าวท้องแตก

วันที่ 09 ต.ค. 2555 เวลา 13:17 น.
โดย....อสนีบาต   

มรสุม”แกมี”ที่ว่าลูกใหญ่ในรอบหลายเดือนของปีนี้กำลังผ่านไป  แต่มรสุมรุมกินรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่สิ ยังปกคลุมตึกไทยคู่ฟ้า   ไล่เลียงกันดูหน่อยปะไร นโยบายโครงการรับจำนำข้าว สร้างเรทติ้งเขย่ารัฐบาลไม่มีตก นับตั้งแต่เริ่มหาเสียงซื้อใจรากหญ้าจนมาถึงการทำงานปีที่สอง เหตุฉไนจึงมีเสียงท้วงติงด้วยความห่วงใย

แสดงว่าโครงการดังกล่าวต้องไม่ปกติแน่  แต่คนในรัฐบาลก็ยังดื้อตาใสชื่นชมเป็นนโยบายยอดเยี่ยมที่หนึ่งเลย แค่ชื่อโครงการรับจำนำก็ผิดแล้ว ขนาดเอาทองรูปพรรณไปเข้าโรงจำนำยังได้ราคาต่ำกว่าตลาด  แต่นี่เอาข้าวไปรับจำนำกลับได้ราคาสูงลิบแต่ส่งออกถูกกว่าเพื่อนบ้าน ความจริงรัฐบาลไม่ต้องเหนียมอาย บอกกล่าวพี่น้องชาวนาใหม่ก็ได้ว่านี่ไม่ใช่โครงการรับจำนำข้าว แต่คือ “โครงการรับซื้อข้าวทุกเมล็ด” 

ก่อนหน้านี้ ทีดีอาร์ไอแสดงข้อมูลทำนองห่วงใยรัฐบาลถมเงินอุดหนุนจำนำข้าว จริงอยู่แม้ทำให้เกษตรกรจับเงินหมื่นมีความสุข แต่ระยะยาวสภาพการเงินการคลังประเทศจะถึงคราวขัดสน   ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เคยส่งรายงานข้อเสนอแนะแก้ปัญหาการทุจริตจากโครงการจำนำข้าวอย่างครบวงจรแต่รัฐบาลกลับไปมองมุมการเมือง เด้งเชือกหนีข้อเสนอปปช. อ้างถ้ารับข้อเสนอแล้วแก้ปัญหาไม่ได้เดี๋ยวเข้าทางฝ่ายค้าน นำไปซักฟอก โอ้ว! คิดได้งัย  เมื่อปล่อยสภาพให้เป็นไปเช่นนี้ กระบวนการทุจริตรับจำนำข้าวจึบเบ่งบานพบแทบทุกจุดของประเทศ ผู้ได้ประโยชน์ตั้งแต่นักการเมือง ข้าราชการ โรงสี อิ่มหนำสำราญจากข้าวทุกเมล็ด ถ้าสกัดการโกงไม่ได้ ก็คงต้องปล่อยให้ท้องแตกไปข้าง 

ล่าสุด วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. สื่อสารถึงรัฐบาลอีกรอบเหมือนเป็นการให้ใบเหลือง หากยังนิ่งเฉย รัฐบาลปูพึงระวังเรื่องคดีความตกถึงรัฐบาล   คราวนี้มาถึงคณาจารย์นิด้า ยื่นเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเลิกโครงการประชานิยมจำนำข้าว  แม้ยังไม่ทราบผลจะออกมาหัวหรือก้อย แต่ก็สะท้อนให้เห็นภาพภาควิชาการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยความห่วงใย

ปรากฎการณ์แสดงความเห็นเป็นลูกระนาด รัฐบาลไม่ควรมองผู้เห็นต่างเป็นปฏิปักษ์ หรือแม้แต่บางคนบางกลุ่มในรัฐบาล ปลุกระดมพี่น้องเกษตรกรกล่าวหาคนเห็นต่างเป็นพวกอำมาตย์ ดูแล้วชักเลอะไปกันใหญ่  ทั้งที่แต่ละภาคส่วนสังคมเคลื่อนไหวให้คำแนะนำแสดงความห่วงใยรัฐบาล แต่นักเคลื่อนไหวผู้ตีตราข้าคือนักประชาธิปไตยโบว์แดงกับมองเป็นเรื่องโค่นล้มอำนาจซะงั้นอย่างนี้ถือว่าโง่บรม

นักประชาธิปไตยโบว์แดง ควรเอาเวลาไปทำความเข้าใจต่อพี่น้องชาวนาในทิศทางที่ถูกต้องเหมือนอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แนะ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในครม. ควรตั้งโฆษกชี้แจงข้อเท็จจริงรับจำนำข้าวไม่ดีกว่าหรือ ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่

มาดูข้อมูลนี้บ้าง จากการประชุมครม.เมื่อวันที่ 2 ต.ค. กระทรวงพาณิชย์โดยบุญทรงงัดเอกสารรายงานครม.จำนำข้าวไม่เจ๊ง   เอกสารระบุ  ปัจจุบันได้มีการระบายข้าวที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแล้ว 8.38 ล้านตัน แบ่งเป็น 1.การจำหน่ายทั่วไปให้ผู้ประกอบการในประเทศ จำนวน 2 ครั้ง ปริมาณ 2.64 แสนตัน 2.การจำหน่ายข้าวให้ส่วนราชการ 6 ครั้ง ปริมาณ 7.97 ล้านตัน และ 3.การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี จำนวน 6 สัญญา ให้กับ 4 ประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย โกตดิวัวร์ และบังกลาเทศ ปริมาณ 7.328 ล้านตัน

“เงินที่ได้คืนจากการขายข้าวสาร 8.38 ล้านตัน คาดว่าเป็นเงิน 2.6 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินที่คาดว่าจะได้รับภายในสิ้นปี 2555 จำนวน 8.5 หมื่นล้านบาท และผู้ซื้อจะชำระเงินในไตรมาสที่ 1 ปี 2556 อีก 4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าว ส่วนที่เหลืออีก 1.35 แสนล้านบาทจะได้รับภายในสิ้นปี 2556”

คำถามง่ายๆ ช่วยบอกหน่อยเอาเฉพาะขายข้าวจีทูจี ถ้าระบายไปแล้ว เหตุใดไม่รายงานครม. ซื้ออะไรแลกอะไร ไม่มีคำตอบจากบุญทรง นอกจากบอกว่า “เป็นความลับทางราชการ”

แต่ที่แน่ๆเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ยิ่งลักษณ์เรียกบุญทรงมาชี้แจงการระบายข้าวแบบจีทูจี สอบถามสัญญาระบายข้าวเป็นอย่างไร แต่ไม่มีคำตอบชัดเจน หรือว่าบุญทรงต้องบอกนายกฯซึ่งเป็นคนในพรรคเดียวกันอีกว่า “เป็นความลับทางราชการ ก็ยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก แม้แต่ผู้นำประเทศยังไม่รู้เลยว่า เจ้ากระทรวงระบายข้าวไปเมื่อไหร่ ตกลงนี่อยู่ในรัฐบาลเดียวกันหรือเปล่า

แม้แต่วีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษกิจแท้ๆ ยังออกมาแสดงความเห็นถ้าจำความกันไม่ได้ขอขยายอีกรอบ ณ วันที่ 2 ต.ค.  "วันนี้ผมไม่ขอพูดไปหาอ่านเอาเอง ผมไม่อยากให้สัมภาษณ์เดี๋ยวจะเสียน้ำใจคนอื่น เรื่องนี้ผมเขียนไปแล้วไม่ตอกย้ำซ้ำเติมเพราะเขากำลังพังอยู่และพังแน่กับเรื่องนี้"  นายกฯยิ่งลักษณ์ก็ดี  กิตติรัตน์ ณ ระนอง สุดยอดขุนคลังก็ดี ยืนยันเดินหน้าโครงการซื้อแพงขายถูกต่อไป

จริงอยู่ไม่แปลกนักสำหรับคนกอดอำนาจต้องไม่พูดเป็นอย่างอื่น  แต่มันแปลกตรงที่คนระดับอาจารย์ใหญ่ซึ่งรัฐบาลซูฮกหรือแม้แต่คนทางไกลให้ความเชื่อถือ เตือนกันถึงขนาดนี้  แต่ยังไม่รู้สึกรู้สากำลังจะเกิดอะไรขึ้น  

ฉะนั้นคงต้องรอให้มรสุมลูกใหญ่พัดพังไปก่อนแล้วกัน