
ฝันไม่เป็นจริง
ทางรอดของโครงการรับจำนำข้าวมีอยู่อย่างเดียวก็คือ การภาวนาให้เกิดภัยพิบัติขนานใหญ่ทั่วโลก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ทางรอดของโครงการรับจำนำข้าวมีอยู่อย่างเดียวก็คือ การภาวนาให้เกิดภัยพิบัติขนานใหญ่ทั่วโลก ทำให้ผลผลิตข้าวลดลงจนสามารถระบายข้าวสารที่เก็บไว้ในสต๊อกได้
แต่ข่าวร้ายก็คือสิ่งเหล่านี้อาจไม่เป็นจริง
กระทรวงเกษตรสหรัฐ-ยูเอสดีเอ ออกรายงานโดยคาดการณ์ว่าในฤดูเก็บเกี่ยว 2555/2556 ปริมาณข้าวสำรองของอินเดียจะลดลงมาอยู่ที่ 22 ล้านตัน จากที่เคยมีอยู่ 25 ล้านตัน
ขณะที่ไทยจะมีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12.1 ล้านตัน จากฤดูเก็บเกี่ยว 2554/2555 ที่ 9.37 ล้านตัน
ส่วนเวียดนาม คาดว่าจะมีปริมาณข้าวในสต๊อกคงค้างที่ 2.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 2.32 ล้านตัน
แม้ว่าผลผลิตอินเดียจะลดต่ำลง แต่ทว่าสต๊อกข้าวโลกปีหน้ายังคงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และกระทรวงเกษตรสหรัฐยังเชื่อว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะไม่ทะยานขึ้นไป
สิ่งที่น่าคิดอีกก็คือ รายงานดังกล่าวระบุว่า ราคาข้าวของไทยเริ่มห่างจากประเทศคู่แข่งมากขึ้น โดยราคาข้าวไทยพุ่งสูง ขณะที่ข้าวเวียดนามและอินเดียราคาลดต่ำลง อันเป็นผลจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล
สำหรับประเทศที่จะนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ได้แก่ จีนที่นำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น 5 แสนตัน มาอยู่ที่ 1.5 ล้านตัน แต่ข่าวร้ายก็คือจีนนำเข้าข้าวจากเวียดนามที่ราคาต่ำกว่าของไทย
ขณะที่สำนักงานบริการการเกษตรต่างประเทศ (เอฟเอเอส) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐ ประเมินว่า ในสิ้นปีมีแนวโน้มที่ไทยจะมีปริมาณสต๊อกข้าวอยู่เกือบ 8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากระดับเฉลี่ย 56 ล้านตัน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปริมาณสต๊อกข้าวที่มากสุดเท่าที่เคยมีมาด้วย
ในช่วง 4 ปีล่าสุด ยอดส่งออกข้าวในตลาดโลกรวมอยู่ที่ 3034 ล้านตันต่อปี โดยไทยมีปริมาณส่งออกโดยเฉลี่ยที่ 9.5 ล้านตัน ปีที่แล้วอยู่ที่ 10.5 ล้านตัน
แต่ในปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกข้าวเพียง 7 ล้านตัน ถือเป็นการส่งออกในปริมาณที่น้อยสุดในรอบ 10 ปี
นักวิเคราะห์หลายคนยังระบุว่า ไทยเลือกดำเนินนโยบายด้านการเกษตรที่ไม่สอดคล้องกับสถานะของไทยในตำแหน่งผู้นำด้านการค้าข้าว โดยนโยบายจำนำข้าวในราคาสูง จะทำให้เกิดผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซ้ำร้ายการขายข้าวในสต๊อก ราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนอาจละเมิดกฎการอุดหนุนการค้าขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)
สภาพความเป็นจริงกำลังฟ้องว่า นโยบายจำนำข้าวไปไม่รอด
แล้วจะดึงดันจนพังขนาดไหน ถึงจะสำนึกเสียที







