
จรวดจีน...ถ่วงนาซา
ร้อนขึ้นตามลำดับ สำหรับกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา
โดย...กองบรรณาธการโพสต์ทูเดย์
ร้อนขึ้นตามลำดับ สำหรับกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อใช้เก็บตัวอย่างสภาพอากาศ หลังถูกกดดันอย่างหนักจากทั้งภายในและนอกประเทศ ด้วยเหตุหลายฝ่ายกังวลสหรัฐจะขยายอิทธิพลทางทหาร
งานนี้นายกฯ ปู เกรงเอาไม่อยู่ ไม่กล้านำเข้า ครม. เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.โดยโยนกลับให้ฝ่ายความมั่นคงกับกฤษฎีกาไปหารือกันว่า จะเข้าข่ายต้องขออนุญาตรัฐสภาตามมาตรา 190 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
แว่วว่า งานนี้ “ยิ่งลักษณ์” สั่งแตะเบรก เกรงมีเรื่องให้ถูกถอดถอนซ้ำ เพราะเวลานี้มีหลายเรื่องรอให้ถูกเชือด
ทว่า เรื่องนี้ลากยาวไม่ได้ซะแล้ว เมื่อทางสหรัฐขีดเส้นตายภายในวันที่ 26 มิ.ย. ต้องได้คำตอบ ไม่เช่นนั้นจะถอนตัว
สัปดาห์หน้าคงชัดเจน!!!
ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. บุคคลสำคัญของ 2 มหาอำนาจ จีนสหรัฐ ต่างพาเหรดเข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ตัวแทนสหรัฐ คือ แอนดรู แชปพิโรผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศด้านการเมือง การทหาร และ คริสตี เคนนี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย
ขณะที่จีน นำโดย พล.อ.จิ้งจื้อหยวน สมาชิกกรรมาธิการทหารกลางสาธารณรัฐประชาชนจีนและผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 2 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
มาพร้อมกันช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นอู่ตะเภาเป็นแน่แท้
แต่หลังหารือ บิ๊กตู่ ยืนกราน ผบ.ปืนใหญ่จีน ไม่ได้มาคุยเรื่องอู่ตะเภา แต่มาเยี่ยมเยือน มีนัดหมายล่วงหน้ามานาน
“มีการหารือเรื่องการพัฒนากองทัพและความร่วมมือเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ และเรื่องการศึกษาต่างๆ โดยจะมีการพัฒนาจรวดหลายลำกล้องนำวิถีร่วมกับจีน เพื่อให้ยิงไกล 200 กม.” บิ๊กตู่ ยืนยัน
อ้าวว...จรวดก็จรวด นี่คงเป็นข่าวดีที่ไทยจะได้พัฒนา “บั้งไฟ” เป็นจรวดซะที







