posttoday
รถคันแรก

รถคันแรก

29 กันยายน 2554

ยังชุลมุนชุลเก สำหรับมาตรการรถคันแรกและว่าไปแล้ว

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ยังชุลมุนชุลเก สำหรับมาตรการรถคันแรกและว่าไปแล้ว รัฐบาลไม่ควรนำมาตรการด้านภาษีมากระตุ้นให้เกิดการซื้อรถคันแรก โดยหากประชาชนต้องการมีรถก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด

เพราะรถคันแรกหมายถึงหนี้อีกก้อน

เดิมทีคนที่จะมีรถ อย่างต่ำต้องมีเงินเดือน 1 หมื่นบาท แต่การลดภาษีให้ผู้ซื้อรถงวดนี้ จะทำให้คนมีเงินเดือน 8,000 บาท ก็ซื้อรถได้แล้ว

และอย่าลืมเมื่อมีรถก็ต้องผ่อนจ่ายค่างวด ต้องมีน้ำมัน ต้องมีการซ่อมบำรุง

เหล่านี้คือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

ทั้งหมดยังไม่นับการเพิ่มรถบนท้องถนน การเพิ่มการใช้น้ำมัน พลังงาน เพิ่มสารพัดปัญหาบานตะเกียง

เหล่านี้คือต้นทุนของประเทศ

รัฐบาลทั่วโลก โดยเฉพาะที่พัฒนาทางสติปัญญา จะเน้นระบบขนส่งมวลชน ไม่ใช่กระตุ้นให้ประชาชนมีรถด้วยกลไกของภาษี

หรือพูดง่ายๆ แทนที่จะลดภาษีรถยนต์ รัฐบาลน่าจะเอางบประมาณจำนวนนี้ไปแก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนดีกว่า

อาทิ เอาไปแก้หนี้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทำให้เป็นองค์กรที่แข็งแรง

ขสมก.มีหนี้มโหฬาร เรียกว่าจะเดินทางไปทางไหนก็ไม่ได้ อยู่ในภาวะจนตรอก

สถานะทางการเงิน ขสมก.มีหนี้สิน 7.2 หมื่นล้านบาท แต่มีสินทรัพย์ 7,800 ล้านบาท หากเป็นบริษัทเอกชนก็ล้มละลายไปแล้ว

หลากหลายแนวคิดในการฟื้นฟู ขสมก.เกิดขึ้น อาทิ การโอนไปให้กรุงเทพมหานครจัดการ การจัดตั้งเป็นบริษัท ฯลฯ เพื่อให้ดำเนินการได้อยู่บนขาตัวเอง

แต่ทั้งหมดติดปัญหาใหญ่คือหนี้สิน

สถานะ ขสมก.ในฐานะรัฐวิสาหกิจก็คือตัวแดง ขั้นวิกฤต

จริงอยู่แม้การลดภาษีรถจะมีผลดีในแง่ประชาชนได้ใช้รถยนต์ถูกลง อุตสาหกรรมรถยนต์และที่เกี่ยวเนื่องมียอดขายสูงขึ้น แต่ผลดีจะมีแค่วูบเดียว ทว่าภาระข้างหน้ากลับผูกพันระยะยาว

หากรัฐบาลเอาเงินที่จะไปลดภาษีรถยนต์มาแก้ปัญหา ขสมก. ทั้งปรับองค์กร ปรับปรุงระบบเดินรถให้ดีขึ้น ยกมาตรฐานการบริการ ฯลฯ ประโยชน์ที่ได้จะมากกว่าการลดภาษีรถ

รถคันแรกจึงเป็นประชานิยมขนานแท้ มองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่