
เหนื่อยกันหน่อย
เป็นวันที่ประชาชนคนทำมาหากิน มีความกระปรี้กระเปร่า สดชื่นแจ่มใส
โดย..สันทัด กรณี
วันศุกร์ วันสุข ผลสำรวจสำนักจับทวนสวนกระแส พบว่าวันนี้ เป็นวันที่ประชาชนคนทำมาหากิน มีความกระปรี้กระเปร่า สดชื่นแจ่มใส มีพลังทำงานมากที่สุด ทั้งๆ ที่ตรากตรำทำงานมา 4 วันติด
ขณะที่วันจันทร์ วันเริ่มต้นการทำงานของสัปดาห์ กลับพบว่าคนเรามีความทุกข์ และเครียดที่สุดนับตั้งแต่ลืมตาลุกจากเตียง
ผลสำรวจนี้ ตีความได้ว่า ความสุข ทุกข์ ของคนเรานั้น เกิดจากการสั่งการของสมอง จินตนาการ และการเล็งเห็นผลในอนาคตเป็นตัวตั้ง
วันจันทร์ โอ้โฮ ต้องทำงานอีก 5 วัน
วันศุกร์ ฮ่าๆๆ จะได้หยุด 2 วันแล้วเว้ย
ผลสำรวจนี้ไม่ครอบคลุมคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งแบกรับปัญหาหนี้สิน ขาดแคลนปัจจัยสี่ (ไม่ฮา)
คนเหล่านี้ทุกข์เกิน 24 ชั่วโมงต่อวัน
ผลสำรวจนี้ไม่ครอบคลุมคนจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้จักพอถือกำเนิดเกิดมาเพื่อแสวงหาลาภอันไม่ควรได้ แสวงหาอำนาจอย่างไม่เลือกรูปแบบและวิธีการ
คนเหล่านี้จิตใจมีแต่ความเคียดแค้น ชิงชัง โหยหา อาฆาตมาดร้าย เห็นอุปสรรคเป็นศัตรู แม้ตายไปยังถ่ายทอดมรดกความทุกข์ให้กับลูกหลานคอยรับกรรมจากผลที่ตัวเองทำไว้
ผลสำรวจนี้ไม่ครอบคลุมคนจำนวนหนึ่ง ที่รักศรัทธาในงานที่เขาเลือกทำ คนกลุ่มนี้มีความสุขตลอดเวลา และภาคภูมิเมื่องานเกิดสัมฤทธิผล
อ้าว! เหวยๆๆ...วันนี้องค์ลงแฮะ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครับ...ร่ายเรื่องนี้ขึ้นมาก็ด้วยเหตุจาก ไม่กี่วันก่อนไปร่วมงานมงคลคุณพี่คุณน้องในแวดวงสื่อ หลังเลิกงานแทนที่จะได้กลับบ้าน...
คุณพี่คุณน้องกลุ่มหนึ่งในภาคสนาม ซึ่งก็อยู่ต่างที่ต่างทางต่างสังกัด จัดเตรียมเครื่องเซ่นสังเวย ล่อใจผมกับคุณเพื่อนรักคนหนึ่ง เอ่ยชื่อไปก็รู้จัก ไปปิดห้องโม้เกี่ยวกับสถานการณ์ทิศทางของบ้านเมือง
เห็นแก่เครื่องเซ่นสังเวย...ก็หลวมตัวไปถึงตี 4
บางเรื่องพอนำมาพูดคุยในที่สาธารณะได้ ขออนุญาตนำมาชื่นชม บอกกล่าวในที่ตรงนี้
ครับ...ผมเองกล่าวตามตรงว่า ไม่คาดหวังกับการทำหน้าที่ของสื่อภาคสนามในการเจาะทะลวงข่าวสาร แบบถึงกึ๋นมานานแล้ว เพราะดูจากข่าวสารภาคสนามที่ผมเห็นทุกเมื่อเชื่อวัน มีจำนวนน้อยมากที่ทำข่าวแบบมุ่งมั่นในการตีแผ่ข้อเท็จจริง ติดตามการใช้อำนาจการบริหารงานของรัฐ รวมถึงบุคคลในรัฐบาล
ความรู้สึกของผมเช่นนี้ เมื่อผ่านการพูดคุยทำให้ผมพบว่ามีนักข่าวภาคสนามจำนวนหนึ่งคิดเห็นเช่นเดียวกัน และอึดอัดกับการที่นักข่าวจำนวนไม่น้อย เลือกใส่สีเสื้อพรรคการเมือง ทำข่าวสนองพรรคการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ
ดังนั้น การทำข่าวในภาคสนาม จึงมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างนักข่าวในพื้นที่ไม่น้อย
คุณพี่คุณน้องเหล่านี้มีคำถามน่าสนใจมากทีเดียวว่า ในสถานการณ์อย่างนี้ ควรทำอย่างไร เพราะเรื่องแบบนี้ องค์ กรสื่อก็ไม่ได้ให้ความสนใจหรือสนใจก็ไม่มีใครฟัง...บรื๋อววว
มีการยกตัวอย่าง เช่น การตั้งคำถามตัวนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีบางคน มักมีบางคนถามในลักษณะชงเพื่อให้ทั่นทำแต้ม และเมื่อบางคนซักในรายละเอียด จะมีการชงคำถามใหม่เพื่อเปลี่ยนประเด็นชงให้ทั่นดูน่ารัก ฯลฯ อย่างนี้สังคมไม่ได้ประโยชน์
ครับ...ผมจำไม่ได้ว่า ผมพูดอะไรไปมั่ง (ฮา)
เลาๆ ตอนสรุป ว่า ถ้ายังมีคนคิดอย่างคุณพี่คุณน้อง สังคมไทยยังมีความหวัง ขอให้ทุกคนช่วยทำให้รัฐบาลท่านทำในสิ่งที่ถูกที่ควรต่อไป...มั้ง







