
ระกำซ้ำซาก
รัฐบาลกำลังเร่งรีบแก้ปัญหาน้ำท่วม นับตั้งแต่การระดมเงิน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลกำลังเร่งรีบแก้ปัญหาน้ำท่วม นับตั้งแต่การระดมเงิน สิ่งของบริจาค รวมไปถึงที่หมายมั่นปั้นมือคือการผลักดัน บางระกำโมเดล แก้ปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ
แต่หากใครฟัง ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พูดแล้วจะรู้ว่าบางระกำโมเดล เห็นทีจะก่อให้เกิดการระกำไปทั่วเสียมากกว่า
ปราโมทย์ บอกว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมควรใช้คำว่าจัดการปัญหาน้ำท่วม โดยการจัดการต้องแตกต่างกัน พื้นที่ใดอยู่ในวิสัยสู้น้ำท่วมได้ก็ควรสู้ เช่น กรุงเทพฯ ต้องเสริมถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สูง เพื่อให้เป็นคันกั้นน้ำ ใช้คลองประตูบังคับน้ำ สถานีสูบน้ำ ผันน้ำออกไป
แต่บางพื้นที่สู้ไม่ได้ ก็ไม่ควรสู้ โดยเฉพาะที่บางระกำ
เพราะพื้นที่บางระกำเป็นแอ่งกระทะ เป็นจุดที่น้ำจาก จ.สุโขทัย แพร่ สู่พิจิตร ไหลลงมาพิษณุโลก เป็นที่รวมของน้ำตามธรรมชาติ เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติอยู่แล้ว
เขตพื้นที่อย่าง บางระกำ สามง่าม บางมูลนาก จึงควรมียุทธศาสตร์จัดการอยู่กับธรรมชาติให้ได้ ไม่ใช่ไปต่อสู้มันไม่ไหว
ปราโมทย์ บอกว่าภัยน้ำป่าไหลมีวิธีเดียวคือ หลบ อย่าไปสู้ และต้องดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย บ้านที่ถูกน้ำป่าไหลกวาดไป มักตั้งตรงลำน้ำมีความโค้ง ต้องศึกษาและให้ชาวบ้านเข้าใจ
นอกจากนั้นบางครั้งต้องโน้มน้าวให้ชาวบ้านปรับตัว หรือโยกย้ายให้พ้นจากพื้นที่น้ำท่วมก็ควรทำ ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่แล้วเอาเงินลงไป เป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์
การจัดการปัญหาน้ำท่วมจึงต้องเข้าใจปัญหาว่าแท้ที่จริงคืออะไร เข้าใจธรรมชาติ ภูมิประเทศทุกๆ มิติ
ทั้งหมดต้องยึดหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่เช่นนั้นหากไม่เข้าใจทุกมิติ ก็ไปนั่งออกโมเดลที่เรียกว่า แผนคิดคำนึง คือคิดเอาเอง
การจัดการปัญหาน้ำ จึงขาดแม่ทัพที่เข้าใจยุทธศาสตร์ โดยนายกฯ สั่งเองไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะนายกฯ คนไหนก็ไม่รู้เรื่อง เป็นปัญหามาชั่วนาตาปี
ปราโมทย์ สรุปว่า ฟังการจัดการน้ำที่เป็นอยู่แล้วถึงขั้นหดหู่
นี่แหละคือ เสียงจากผู้เชี่ยวชาญและคลุกคลีปัญหาน้ำมานาน
แล้วจะทำให้เกิดอาการตาสว่าง หรือรู้แจ้งกันบ้างไหม?







