
คำสารภาพ
ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ เป็นคำสารภาพจากปาก ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ เป็นคำสารภาพจากปาก ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงอาการที่คล้ายลมสว้านอยากเอาทุนสำรองประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในคลังหลวงออกไปใช้ แท้ที่จริงแล้วเกิดจากเหตุผลใด
แรกเริ่มเดิมที ก็เป็นการถล่มตั้งข้อกล่าวหาธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ บริหารไม่เป็นทำให้ทุนสำรองออกดอกออกผลน้อย
รัฐบาลที่มีแนวคิดสูงส่งจึงจำเป็นต้องแก้ไขให้การลงทุนเพื่อให้ได้ดอก ได้ผลงอกเงยมากขึ้น
ฟังเผินๆ เหมือนก็ดูเข้าที
แต่ล่าสุด ธีระชัย เขียนข้อความชัดเจนในเฟซบุ๊กของตัวเองบอกเจตนาชัดว่า จะมีการแยกบัญชีย่อยในทุนสำรอง เอาไปลงทุน
หากขาดทุน รัฐบาลก็รับผิดชอบ หากกำไร ก็ตกเป็นของรัฐบาล
เว้ากันซื่อๆ สารภาพกันซึ่งหน้าพี่น้องเอ๋ย
แปลง่ายๆ ก็คือ รัฐบาลจะเฉือนเอาคลังหลวงไปใช้ภายใต้ภาษาที่สละสลวยว่า เป็นการแยกบัญชีย่อยไปลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า
ถ้าขาดทุน รัฐบาลบอกว่าจะรับผิดชอบ แต่กำไรจะเอาไปเอง
นี่แหละ คือหัวใจของเรื่องราวทั้งหมด
นั่นก็คือถ้าลงทุนได้กำไรเท่าไร รัฐบาลจะชักออกไปหมด
ถ้าขาดทุนแม้รัฐบาลบอกจะชดใช้ให้ แต่มันก็ยังเป็นปริศนาอีกจะใช้อย่างไร เมื่อไร หรือออกเป็นพันธบัตรเจ็ดชั่วโคตรชดใช้แทน
ทีตอนจะเอาไปบอกชัดเอาไปทันที แต่ตอนชดใช้กลับไม่แจงละเอียด
สรุปแล้ววิธีนี้คลังหลวงมีแต่หมดกับหมด ไม่งอกเงยขึ้นแม้แต่น้อย
การโจมตีแบงก์ชาติว่าบริหารทุนสำรองแล้วกำไรน้อยนั้น ทางที่ถูกก็คือถ้าเปลี่ยนวิธีการลงทุนใหม่ ได้กำไรก็ต้องคืนคลังหลวง ไม่ใช่เชิดเอาไป
หรือถ้ารัฐบาลแน่จริง ก็ไปกู้ยืมเงินจากที่อื่นเอาเอง เอาไปลงทุนในสิ่งที่อยากลงทุนเอง ได้กำไรก็เอาไป อย่าไปแตะคลังหลวง
แต่สงสัยเงินใกล้หมด เหลียวซ้ายแลขวา ก็เอานี่แหละเงินของบรรพบุรุษ เอาทรัพย์ส่วนรวมของคนทั้งประเทศดีกว่า
พูดถึงแล้วช่างเพลินปาก เพลินใจ สบายกว่ากันเยอะเลย







