
ปล้นคลังหลวง?
ไม่เข้าท่าอีกแล้วเมื่อกระทรวงการคลังสั่งให้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ไม่เข้าท่าอีกแล้ว เมื่อกระทรวงการคลังสั่งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ ไปศึกษารายละเอียดภายใน 1 เดือน ถึงแนวทางการจัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ด้วยการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งออกมา
ปัจจุบันเงินทุนสำรองฯ ที่มีอยู่แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกอยู่ในฝ่ายการธนาคาร เป็นของธนาคารชาติ อีกส่วนซึ่งเป็นเงินส่วนใหญ่ อยู่ในฝ่ายออกบัตร หรือเรียกว่าคลังหลวง มี พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ. 2501 ควบคุมเป็นการเฉพาะ เป็นทรัพย์สินส่วนรวมของแผ่นดิน ไม่ใช่ของธนาคารชาติหรือกระทรวงการคลัง
แนวคิดของกระทรวงการคลังก็คือ จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา เพื่อให้นำเงินทุนสำรองฯ ในฝ่ายออกบัตร หรือในคลังหลวงมาใช้
กองทุนนี้การเมืองต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารด้วย โดยมีข้อตกลงว่ากำไรจะนำไปทำอะไร และถ้าขาดทุนใครจะต้องรับผิดชอบ
เหตุผลที่ต้องเอาเงินไปใช้ รัฐบาลอ้างว่า ธนาคารชาติบริหารทุนสำรองฯ ได้ผลตอบแทนน้อย จึงต้องหาวิธีจัดการใหม่ให้เหมาะสมและดูความเสี่ยงด้วย
แต่เรื่องนี้ถ้าอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ ฝ่ายการเมืองเตรียมพร้อมจะงับคลังหลวงแล้วไปใช้ โดยอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ
เพราะการที่ทุนสำรองฯ มีเงินดอลลาร์มากมาย ส่วนสำคัญมาจากการที่ธนาคารชาติไปแทรกแซงค่าเงิน ทำให้เงินบาทไม่แข็งเกินไป จึงต้องซื้อดอลลาร์เก็บ ไม่ใช่ธนาคารชาติบ้าดีเดือดซื้อแต่เงินดอลลาร์
นอกจากนั้น การลงทุนของธนาคารชาติที่มีการวิจารณ์ว่าได้ผลตอบแทนต่ำ ก็เนื่องจากกฎหมายเงินตรา กำหนดให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง ไม่มีความเสี่ยง หากต้องการให้ลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์อื่น ก็ควรจะแก้กฎหมายให้ธนาคารชาติเอาไปลงทุนให้กว้างขวางขึ้น แต่สินทรัพย์ยังเก็บไว้ที่เดิม และให้ธนาคารชาติเป็นผู้ดูแล
ไม่ใช่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แก้กฎหมายเอาเงินออกมาแล้วการเมืองเตรียมงับเข้ามาบริหาร หลังจากที่นั่งน้ำลายไหลดูอยู่ข้างๆ มานาน
เจตนาการตั้งกองทุนความมั่งคั่งฯ ในครั้งนี้จึงไม่น่าไว้วางใจ
หรือมหาโจรฝูงใหม่กำลังตั้งท่าจะปล้นคลังหลวงกันแล้ว?







