
GULF ทุ่ม 400 ล้าน ซื้อ “เวสต์ แอ็บโซลูท” ต่อยอดโรงไฟฟ้าขยะ 96 MW
GULF ส่งบริษัทย่อย GWTE ทุ่ม 400 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น เวสต์ แอ็บโซลูท 100% หวังต่อยอดห่วงโซ่บริหารจัดการขยะ ป้อนเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 โครงการ รวม 96 เมกะวัตต์ และโครงการ SRF จำนวน 3 โครงการ
KEY
POINTS
- GULF ทุ่มเงินลงทุน 400 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท เวสต์ แอ็บโซลูท จำกัด (WAC) ผ่านบริษัทย่อย
- การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อต่อยอดธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 12 โครงการ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 96 เมกะวัตต์
- เวสต์ แอ็บโซลูท จะช่วยสนับสนุนการจัดหาขยะอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเชื้อเพลิง และรองรับการกำจัดเถ้าจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 บริษัท กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (GWTE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท เวสต์ แอ็บโซลูท จำกัด (WAC) ในสัดส่วน 100%
ทั้งนี้ แบ่งเป็นการซื้อหุ้นจาก บริษัท ยูนิเวอร์แซล เวสต์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ในสัดส่วน 51% และจากบริษัท เวิลด์ ออนเนอร์ เทรดดิ้ง จำกัด ในสัดส่วน 49% ส่งผลให้ WAC มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 400 ล้านบาท
อนึ่ง บริษัทได้ดำเนินการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม จำนวน 12 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 96 เมกะวัตต์ และโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม (Solid Recovered Fuel: SRF) จำนวน 3 โครงการ ภายใต้ GWTE
โดยโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้ง 12 โครงการได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นระยะเวลา 20 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570
ทั้งนี้ WAC ประกอบธุรกิจด้านการบำบัดและกำจัดของเสียที่ไม่เป็นอันตรายโดยการฝังกลบอย่างถูกสุขอนามัย และจะสนับสนุนการจัดหาและคัดเลือกขยะอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายให้แก่โรงงานผลิต SRF และโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทรวมถึงรองรับการกำจัดเถ้า (Ash Disposal) ที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
การเข้าลงทุนใน WAC จึงเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทในการต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมห่วงโซ่ การบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของเสียของกลุ่มบริษัทสร้างความมั่นคงด้านการจัดหาเชื้อเพลิง และสนับสนุนการบริหารต้นทุนของโครงการในระยะยาว







