
DELTA พลิกเกม AI ดันไทยศูนย์กลางเทคฯ Data Center-ปลดล็อกพลังงาน สร้างมูลค่าเพิ่มเหนือรับจ้างผลิต
DELTA เดินหน้าต่อยอดธุรกิจจาก OEM สู่ ODM และ Solution Business รับการเติบโตของ AI และ Data Center พร้อมขยายบุคลากร R&D จาก 1,000 คน สู่เป้าหมาย 2,000 คน ชี้ความพร้อมด้านไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตการลงทุน
KEY
POINTS
- DELTA เดินหน้าต่อยอดธุรกิจจาก OEM สู่ ODM และ Solution Business รับการเติบโตของ AI และ Data Center
- พร้อมขยายบุคลากร R&D จาก 1,000 คน สู่เป้าหมาย 2,000 คน
- ชี้ความพร้อมด้านไฟฟ้าและพลังงานสีเขียวเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตการลงทุน
กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะผู้พัฒนาชิปหรือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังขยายความต้องการไปถึงระบบไฟฟ้า ระบบจัดการความร้อน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ Data Center สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นี่คือทิศทางธุรกิจที่ "บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA" กำลังต่อยอด โดยนายกิตติศักดิ์ เงินงอกงาม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการนำระบบดิจิทัลมาพัฒนาการผลิตอัจฉริยะและการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ปัจจุบัน DELTA มีพนักงานในประเทศไทยราว 32,000 คน และมีสัดส่วนการส่งออกราว 95% ครอบคลุมตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่ยังมีบทบาทด้านการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และสนับสนุนธุรกิจในระดับภูมิภาค
จาก OEM สู่ Solution Business
พัฒนาการสำคัญของ DELTA คือการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจาก OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือการรับจ้างผลิตตามข้อกำหนดของลูกค้า ไปสู่ ODM (Original Design Manufacturer) ที่เพิ่มบทบาทด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ก่อนต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์และธุรกิจแบบ Solution Busines
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตและต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี การออกแบบ และการนำผลิตภัณฑ์หลายประเภทมาทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
การมีผลงานวิจัยหรือสิทธิบัตรจำนวนมากไม่ได้รับประกันความสำเร็จทางธุรกิจ หากไม่สามารถต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการ ผลิตได้ในต้นทุนที่เหมาะสม และแข่งขันในตลาดได้จริง
ด้วยเหตุนี้ DELTA จึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เข้ากับการผลิตและการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันบริษัทมีบุคลากร R&D ในไทยประมาณ 1,000 คน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2,000 คน อย่างไรก็ตาม การสรรหาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางยังเป็นความท้าทายสำคัญ
AI-Data Center เพิ่มโอกาสธุรกิจ
การเติบโตของ AI ทำให้ Data Center ต้องรองรับภาระประมวลผลที่เพิ่มขึ้น พร้อมความต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง ตั้งแต่ระบบจ่ายไฟ ระบบสำรองพลังงาน ระบบจัดการความร้อน ไปจนถึงการบริหารพลังงานโดยรวม
DELTA จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ครอบคลุมทั้ง Digital Infrastructure และ Energy Infrastructure เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว
ในการนำเสนอ บริษัทกล่าวถึงโซลูชันไฟฟ้ากระแสสลับและกระแสตรง รวมถึงแนวทางระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดัน 800 โวลต์สำหรับ Data Center รุ่นใหม่ และเทคโนโลยี Solid State Transformer (SST) ที่เกี่ยวข้องกับการแปลงและจัดการพลังงาน
ทั้งนี้ ตัวเลขประสิทธิภาพและรายละเอียดทางเทคนิคของระบบที่นำเสนอจำเป็นต้องพิจารณาตามเงื่อนไขการทดสอบและเอกสารทางเทคนิคของบริษัท ไม่ควรนำไปสรุปเป็นประสิทธิภาพที่ใช้ได้กับ Data Center ทุกประเภทโดยไม่มีข้อมูลประกอบ
นอกจากนี้ อุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าติดตั้งทั่วโลกแล้วมากกว่า 4 ล้านหน่วย สะท้อนฐานความเชี่ยวชาญด้านระบบพลังงานที่สามารถนำมาต่อยอดสู่ตลาดใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ AI และ Data Center เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ต้องติดตามผลลัพธ์จริงผ่านคำสั่งซื้อ ยอดขาย กำลังการผลิต และผลประกอบการ ไม่ใช่ประเมินจากกระแสความต้องการเพียงอย่างเดียว
ดัน Smart Manufacturing ใช้ AI
นอกจากการขายโซลูชันให้ลูกค้า DELTA ยังนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงโรงงานและสำนักงานของตัวเอง ผ่านแนวทาง Smart Manufacturing และ Smart Building
บริษัทเสนอกรอบการเปลี่ยนโรงงานแบบดั้งเดิมสู่ Smart Factory โดยเริ่มจากกำหนดเป้าหมายและประเมินความพร้อมของระบบงาน เครื่องจักร และบุคลากร เลือกโครงการที่วัดผลได้ พัฒนาทักษะพนักงาน และใช้ข้อมูลที่ถูกต้องประกอบการตัดสินใจ
การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดจำนวนพนักงาน แต่ต้องการลดงานซ้ำซ้อนและงานที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ เพื่อให้บุคลากรสามารถขยับไปทำงานที่ใช้ทักษะและสร้างคุณค่าให้กับองค์กรมากขึ้น
ด้านการบริหารพลังงาน บริษัทนำแนวคิด Delta Internal Carbon Pricing (ICP) มาใช้สร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนำเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับกลไกดังกล่าวกลับมาสนับสนุนโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
พลังงานสีเขียวโจทย์ใหญ่ไทย
แม้ไทยมีโอกาสรับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และ Data Center แต่ความพร้อมด้านพลังงานยังเป็นปัจจัยที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะความสามารถในการจัดหาไฟฟ้าสะอาดที่มีต้นทุนแข่งขันได้และมีหลักฐานรับรองแหล่งที่มาตรวจสอบได้
"โพสต์ทูเดย์" ถามว่า DELTA ให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากที่สุด ? "กิตติศักดิ์" ให้ความสำคัญกับความชัดเจนของนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA)
ทางเลือกการจัดหาไฟฟ้าสีเขียวผ่าน Utility Green Tariff 2 (UGT2) และทิศทางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจต้องติดตามตามความคืบหน้าของนโยบายและหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้จริง
สำหรับผู้ผลิตที่ส่งออกไปยังตลาดโลก การเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการบริหารจัดการคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน
การใช้ไฟฟ้าหมุนเวียน 100% ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนดอาจช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ได้ทำให้การปล่อยจากวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการขนส่งหมดไปโดยอัตโนมัติ
ทิศทางของ DELTA จึงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จากการแข่งขันด้านกำลังการผลิต ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยีและโซลูชันครบวงจร โดยมี AI และ Data Center เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ขณะที่โอกาสของไทยจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการพัฒนาบุคลากร ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดทางให้ภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาดได้จริงในต้นทุนที่แข่งขันได้.







