
ครบ 4 ปี AI หนุนกำไรตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขาขึ้น แต่หลายปัจจัยเสี่ยงสะดุด
S&P 500 จ่อทำสถิติขาขึ้นครบ 4 ปี พุ่ง 117% รับกระแสลงทุน AI ดันกำไรบริษัทและเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ดอกเบี้ยขาขึ้น บอนด์ยีลด์สูง และหุ้นกระจุกตัว เพิ่มความเสี่ยงตลาดผันผวน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ปีที่ 4 ของตลาดกระทิง (Bull Market) โดยมีการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยหนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนครบรอบ 4 ปีในวันที่ 12 ต.ค. 2026 นับจากจุดต่ำสุดของดัชนีเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2022
การเติบโตของกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง ประกอบกับเศรษฐกิจที่ยังมีพื้นฐานดี และเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่อแนวโน้มในไตรมาสข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นและลดความน่าสนใจของหุ้น นอกจากนี้ ตลาดอาจผันผวนมากขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.
AI หนุนกำไร หุ้น Nvidia พุ่งกว่า 20 เท่า
กระแส AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดกระทิงรอบนี้ โดย ChatGPT เปิดตัวหลังตลาดเริ่มเข้าสู่ขาขึ้นประมาณหนึ่งเดือน ขณะที่กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 35% ในปีนี้ จากการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
Oxford Economics ประเมินว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา ราวหนึ่งในสามมาจาก AI ทั้งจากการลงทุนโดยตรงเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน และผลจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาหุ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค
หุ้นเทคโนโลยีและบริการสื่อสารเป็นเพียง 2 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีโดยรวมในช่วงตลาดกระทิงรอบนี้ สะท้อนบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI เช่น Alphabet และ Meta Platforms
ด้าน Nvidia ผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มจาก 286,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2022 เป็น 5.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ขณะที่บริษัทสหรัฐฯ 13 แห่งมีมูลค่าตลาดอย่างน้อย 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเกือบทั้งหมดอยู่ในภาคเทคโนโลยีหรือมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI อย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นกระจุกตัวสูง เสี่ยงหากกระแส AI แผ่ว
แม้ตลาดกระทิงรอบนี้จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่การพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีและ AI มากเกินไปกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้ตลาด โดยข้อมูลจาก J.P. Morgan Asset Management ระบุว่า หุ้น 10 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดมีน้ำหนักรวมในดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40% จากราว 28% ในเดือน ต.ค. 2022
การกระจุกตัวดังกล่าวสะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจและผลกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทชั้นนำ แต่ก็ทำให้ดัชนีและพอร์ตลงทุนมีความอ่อนไหวมากขึ้น หากกระแส AI สูญเสียความนิยม หรือผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง หุ้นกลุ่มนี้อาจเผชิญแรงขายอย่างหนักและฉุดตลาดโดยรวม
Anthony Saglimbene หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Ameriprise ระบุว่า โอกาสทำกำไรจากกระแส AI ในช่วงแรกอาจผ่านพ้นไปแล้ว จากนี้บริษัทเทคโนโลยีจะเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในการพิสูจน์ว่าเม็ดเงินลงทุนที่ใช้ในปัจจุบันสามารถสร้างผลกำไรได้จริงในอนาคต
ดอกเบี้ยสูงเพิ่มแรงกดดัน นักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งอาจชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยตลาดกระทิงรอบก่อนหน้าที่สิ้นสุดลงในเดือน ต.ค. 2022 ก็เกิดขึ้นในช่วงที่ Fed เร่งขึ้นดอกเบี้ยอย่างหนักเช่นกัน
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 5.2% หลังเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี ทำให้พันธบัตรมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้น และอาจดึงเงินลงทุนออกจากตลาดหุ้นบางส่วน
Angelo Kourkafas นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสระดับโลกของ Edward Jones ระบุว่า บริษัทยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากกว่าระดับปกติ แต่ลดความเชิงรุกลงจากเดิม เนื่องจากสินทรัพย์ตราสารหนี้เริ่มให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากขึ้น
แม้ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาดกระทิงกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูง หุ้นกระจุกตัว และความคาดหวังต่อ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนควรพิจารณาลดความเสี่ยงและกระจายการลงทุนมากขึ้น แทนการไล่ซื้อหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง







