
วัดใจ Samsung! กำไรทะลุฟ้า แต่ราคาไม่ขยับ ตลาดหุ้นผวาวัฏจักรชิปขาลง
Samsung เตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส คาดสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่นักลงทุนยังกังวลกับ "วัฏจักรชิป" ว่าจะโตได้อีกนานแค่ไหน
ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ในการฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนระยะยาว แม้หลายฝ่ายคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3 ที่จะประกาศในวันพฤหัสบดีนี้จะทำสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่ก็อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยพยุงราคาหุ้นที่ร่วงลงไปแล้วกว่า 25% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการชิปหน่วยความจำในอนาคต
จับตาผลประกอบการ Samsung ไตรมาส 3
ตามรายงานจาก Bloomberg บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้รายนี้ยังมีแนวโน้มทำผลงานได้อย่างโดดเด่น แม้สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Morgan Stanley และ Citigroup จะเพิ่งปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงเนื่องจากผลกระทบของความผันผวนทางค่าเงินก็ตาม
สรุปตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการ (ไตรมาส 3 สิ้นสุดเดือนกันยายน)
|
รายการ |
ตัวเลขคาดการณ์ |
การเติบโต (YoY) |
|
รายได้รวม |
201.3 ล้านล้านวอน |
+134% |
|
กำไรจากการดำเนินงานเบื้องต้น |
108.5 ล้านล้านวอน (~8.08 หมื่นล้านดอลลาร์) |
เพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่า |
|
กำไรแผนกชิป |
110 ล้านล้านวอน |
ชดเชยผลขาดทุนธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า |
กำไรทะลุฟ้า แต่ราคาหุ้นไม่ขยับ ตลาดกำลังกังวลเรื่องอะไร?
แม้ซัมซุงจะทำกำไรได้สูงลิ่ว แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลงราว 25% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คำถามสำคัญคือ นักลงทุนกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่?
ร็อบ ลี (Rob Li) หุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน Amont Partners ชี้ว่า ประเด็นสำคัญในเวลานี้คือ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่ "ขนาด" ของผลกำไร ตลาดไม่ได้โฟกัสแค่ผลประกอบการรายไตรมาส แต่มองข้ามช็อตไปถึงทิศทางในช่วงปี 2027-2028 แล้ว
ซานจีฟ รานา (Sanjeev Rana) จาก CLSA Securities Korea ระบุว่า แม้นักลงทุนจะทราบดีว่าราคาชิปในปัจจุบันแข็งแกร่งมาก แต่ด้วยธรรมชาติของอุตสาหกรรมนี้ที่มักจะผันผวนและขึ้นลงอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนยังระแวงว่าวงจรขาขึ้นรอบนี้จะลากยาวไปได้อีกนานแค่ไหน
ข้อมูลจาก Societe Generale SA ชี้ว่า แม้กำไรของกลุ่มธุรกิจชิปอาจเติบโตสูงถึง 300% ในปี 2026 แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 36% ในปี 2027 และอาจร่วงลงเหลือเพียง 6% ในปี 2028
โครงการซื้อหุ้นคืน (Stock Buyback) มูลค่า 15 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาหุ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมกำลังจะสิ้นสุดลง
สถานการณ์ในลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับซัมซุงเท่านั้น แม้แต่คู่แข่งอย่างไมครอนที่เพิ่งประกาศผลประกอบการ พร้อมให้มุมมองเชิงบวกว่าอุปทานชิปจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปีหน้า แต่ราคาหุ้นก็ไม่ขยับเช่นกัน
"เห็นได้ชัดว่านักลงทุนไม่ได้คล้อยตามมุมมองของไมครอนมากนัก ตอนนี้ผมจึงรอดูว่าผู้บริหารของซัมซูงจะออกมาประเมินทิศทางตลาดในช่วงปี 2027-2028 อย่างไร" - ร็อบ ลี
ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ซัมซุงก็ไม่ได้ไร้ซึ่งปัจจัยบวกเสียทีเดียว โดยขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าทวงคืนส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) จากคู่แข่งอย่าง SK Hynix พร้อมเตรียมนำทัพด้วยชิป HBM4e รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งกำลังกลับมาดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้อีกครั้ง
คิม มินจี ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Must Asset Management ประเมินว่า โอกาสที่ซัมซุงจะสามารถขยายส่วนแบ่งในตลาดชิป HBM4e นั้น เริ่มมีแนวโน้มที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นของซัมซุงได้ฟื้นตัวกลับมาราว 30% จากจุดต่ำสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นอานิสงส์จากโครงการรับซื้อหุ้นคืนก็ตาม
ด้าน จอง อิน ยุน (Jung In Yun) ซีอีโอของ Fibonacci Asset Management Global มองว่า การที่ตลาดเคยลดความคาดหวังต่อซัมซุงไปก่อนหน้านี้ อาจกลับกลายเป็นโอกาสให้บริษัทสร้าง "เซอร์ไพรส์เชิงบวก" เพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนมาได้
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นจริงได้ ซัมซุงยังคงต้องพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นภาพว่า ทิศทางการเติบโตของบริษัทและศักยภาพในอุตสาหกรรมชิป จะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในระยะยาว







