posttoday
SET แกว่งไซด์เวย์ดาวน์ เข้าสู่ภาวะ Risk-off หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐ-น้ำมันพุ่ง

SET แกว่งไซด์เวย์ดาวน์ เข้าสู่ภาวะ Risk-off หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐ-น้ำมันพุ่ง

25 กันยายน 2569

InnovestX คาด SET แกว่งตัว Sideways-Down กลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นต่อ รวมทั้งราคาน้ำมันยังขยับขึ้น กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ TU และ WHA

KEY

POINTS

  • InnovestX คาด SET ปรับตัวลงในกรอบ (Sideways-Down) และเข้าสู่ภาวะ Risk-off จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
  • ปัจจัยลบเพิ่มเติมมาจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง
  • ดัชนีมีความเสี่ยงปรับตัวลงต่อหลังไม่สามารถยืนเหนือแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุดได้ อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มประกันและพลังงานต้นน้ำคาดว่าจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัว Sideways-Down ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นต่อ รวมทั้งราคาน้ำมันยังขยับขึ้น สร้าง Sentiment เชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่หุ้นประกันฯ และหุ้นพลังงานต้นน้ำน่าจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าดัชนี ขณะที่ตลาดยังจับตาความคืบหน้าการประชุมระหว่าง ปธน. ทรัมป์ และ ปธน. สี ส่วนประเด็นในประเทศติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่ทางเทคนิค ดัชนีย่อตัวลง หากหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด มีโอกาสไหลลงได้ต่อ

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

 

1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)

 

2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)

 

3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ TU ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่าสนับสนุนรายได้ส่งออกและความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศในหลายภูมิภาค (สหรัฐฯ, ยุโรป, UK) คาดยอดขายปี 2569 จะเติบโต 4-6% พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 13.50 บาท

 

WHA ปัจจัยสนับสนุนจากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง คาดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตแข็งแกร่ง โดยคงเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,500 ไร่ ขณะที่มี Backlog ส่วนใหญ่รอส่งมอบในไตรมาส 4/2569 คาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 5.5 พันล้านบาท เติบโต 7.7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 4.90 บาท

ข่าวล่าสุด

เมื่อแว่นตาอัจฉริยะ กลายเป็นเครื่องมือ AI ของพวกแอบถ่าย

เมื่อแว่นตาอัจฉริยะ กลายเป็นเครื่องมือ AI ของพวกแอบถ่าย