posttoday
SET แกว่งไซด์เวย์อัพ น้ำมันลง บอนด์ยีลด์ขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ หนุนตลาด

SET แกว่งไซด์เวย์อัพ น้ำมันลง บอนด์ยีลด์ขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ หนุนตลาด

23 กันยายน 2569

InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์อัพ ราคาน้ำมันลงต่อ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ หนุนตลาด ตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CENTEL และ GPSC

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบขาขึ้น (Sideways-up) โดยมีแรงขายสลับเข้ามาเป็นระยะ
  • ปัจจัยกดดันตลาดมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ขยับสูงขึ้นจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
  • หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดให้ปรับตัวขึ้น ตามทิศทางการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up ราคาน้ำมันยังขยับลงต่อ หลังคลายความกังวลอุปทานชะงักงัน ตลาดยังจับตาการเจรจาสหรัฐฯ- อิหร่านว่าจะมีความคืบหน้าหรือไม่ ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังความเห็นเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายหนุนปรับขึ้นดอกเบี้ย อาจเป็นปัจจัยกดดันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ยังหนุนตลาดได้ต่อตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้นแต่มีแรงขายสลับเข้ามา แต่หากยังยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ ภาพการฟื้นตัวจะชัดขึ้นเป็นลำดับ

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

 

1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)

 

2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)

 

3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CENTEL ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากช่วงวันหยุดยาวในกลุ่มประเทศเอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และจีน) หนุนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในระยะต่อไป ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณ RevPAR เร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปี 2569 ทั้งโรงแรมในไทยและต่างประเทศ (มัล ดีฟส์, ดูไบ) คาดกำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 18% เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.50 บาท

 

GPSC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับลง และมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตผ่านการขยายกำลังการผลิตจาก PDP2026, นโยบาย Direct PPA และในอินเดีย ผ่าน Avaada Energy, ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามอุตฯ Data Center และการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.75 บาท

ข่าวล่าสุด

เปิดประวัติ Seven Nation Army เพลงสุดปังที่"เนเน่"ร้องรอบชิง AGT

เปิดประวัติ Seven Nation Army เพลงสุดปังที่"เนเน่"ร้องรอบชิง AGT