
SET แกว่งไซด์เวย์อัพ น้ำมันลง บอนด์ยีลด์ขึ้น หุ้นกลุ่มอิเล็กฯ หนุนตลาด
InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์อัพ ราคาน้ำมันลงต่อ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ หนุนตลาด ตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CENTEL และ GPSC
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบขาขึ้น (Sideways-up) โดยมีแรงขายสลับเข้ามาเป็นระยะ
- ปัจจัยกดดันตลาดมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ขยับสูงขึ้นจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
- หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดให้ปรับตัวขึ้น ตามทิศทางการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways-up ราคาน้ำมันยังขยับลงต่อ หลังคลายความกังวลอุปทานชะงักงัน ตลาดยังจับตาการเจรจาสหรัฐฯ- อิหร่านว่าจะมีความคืบหน้าหรือไม่ ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังความเห็นเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายหนุนปรับขึ้นดอกเบี้ย อาจเป็นปัจจัยกดดันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คาดหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ยังหนุนตลาดได้ต่อตามการปรับขึ้นของหุ้น Tech โลก ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้นแต่มีแรงขายสลับเข้ามา แต่หากยังยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ ภาพการฟื้นตัวจะชัดขึ้นเป็นลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)
2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)
3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CENTEL ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากช่วงวันหยุดยาวในกลุ่มประเทศเอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และจีน) หนุนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในระยะต่อไป ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณ RevPAR เร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปี 2569 ทั้งโรงแรมในไทยและต่างประเทศ (มัล ดีฟส์, ดูไบ) คาดกำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 18% เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.50 บาท
GPSC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับลง และมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตผ่านการขยายกำลังการผลิตจาก PDP2026, นโยบาย Direct PPA และในอินเดีย ผ่าน Avaada Energy, ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามอุตฯ Data Center และการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.75 บาท







