
SCGD ปักหมุด 5 ปี ดันอิบิทดา 4,500 ล้าน รุกสินค้าอินทีเรีย-เวียดนามฮับอาเซียน
SCGD เดินหน้าโตรอบใหม่ ขยายพอร์ตจากกระเบื้อง–สุขภัณฑ์สู่สินค้าอินทีเรียดันยอดขายกลุ่มสินค้าใหม่โตกว่า 90% ใน 4 ปี พร้อมรวมฐานผลิตในไทยเพิ่มประสิทธิภาพ ปักธงเวียดนามตลาดยุทธศาสตร์ ฐานผลิต และฮับส่งออกอาเซียน ตั้งเป้าอิบิทดาปี 2574 แตะระดับ 4,500 ล้านบาท EPS โต 2 เท่า
KEY
POINTS
- SCGD เดินหน้าโตรอบใหม่ ขยายพอร์ตจากกระเบื้อง-สุขภัณฑ์สู่สินค้า Interior ดันยอดขายกลุ่มสินค้าใหม่โตกว่า 90% ใน 4 ปี
- พร้อมรวมฐานผลิตในไทยเพิ่มประสิทธิภาพ ปักธงเวียดนามตลาดยุทธศาสตร์ ฐานผลิต และฮับส่งออกอาเซียน
- ตั้งเป้าอิบิทดาปี 2574 แตะระดับ 4,500 ล้านบาท EPS โต 2 เท่า
นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและสามารถสร้างผลกำไรดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ที่ผ่านมาต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลต่อรายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงค่าเป็นเงินบาท
ถึงกระนั้น บริษัทพร้อมเดินหน้าเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะใหม่ ด้วยแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ทั้ง สินค้าใหม่ การรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และโอกาสการเติบโตในตลาดเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว
โดย SCGD เดินหน้าต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมสินค้า Interior ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ SPC หรือวัสดุปูพื้นที่กันน้ำ ติดตั้งง่าย สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ, Smart Toilet หรือ สุขภัณฑ์อัจฉริยะ
ดีไซน์และฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมทันสมัย, กลุ่มประตูและหน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวและห้องน้ำโดยยอดขายกลุ่มสินค้าใหม่เติบโตมากกว่า 90% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
พร้อมเดินหน้าตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นหลักเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยจะเสริมสร้างความเป็นเลิศทางการผลิตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น การร่วมทุนด้าน Smart Toilet กับ AXENT ผู้ผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะระดับโลกจากประเทศจีน
ทั้งนี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางจัดจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งมีขนาดตลาดเซรามิกเป็นอันดับ 5 ในอาเซียน เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเสริมพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม
รวมฐานผลิต ดัน EBITDA เพิ่ม
อีกเครื่องยนต์สำคัญคือการยกระดับความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ผ่านขนาดธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยกลยุทธ์ ASEAN Consolidation และ Regional Optimization ซึ่งมุ่งจัดวางบทบาทของแต่ละฐานการผลิตให้สอดคล้องกับจุดแข็งของแต่ละประเทศ
สำหรับประเทศไทย SCGD อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและ Glazed Porcelain ผ่านโครงการ Plant Consolidation เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต ลดต้นทุนต่อหน่วย ยกระดับการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products: HVA)
และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2570 และสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มประมาณ 380 ล้านบาทต่อปีหลังดำเนินการเต็มรูปแบบ
เวียดนามฐานผลิต-ฮับส่งออก
SCGD มองเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของการเติบโตในระยะยาว จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความต้องการวัสดุตกแต่งและสินค้ามูลค่าเพิ่ม (HVA) ในอนาคต
โดย PRIME ประเทศเวียดนาม เป็นผู้นำในธุรกิจกระเบื้อง ที่เข้าใจผู้บริโภคเวียดนามมากว่า 25 ปี โดยนำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน PRIME มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 SKUs ครอบคลุมทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน อาทิ Glazed Porcelain ขนาดใหญ่ กระเบื้องสำหรับพื้นที่ภายนอก ลายไม้ธรรมชาติ กระเบื้องกันลื่นสำหรับพื้นที่เปียก และกระเบื้องเรืองแสง เพื่อรองรับความต้องการตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โรงแรม ไปจนถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์
ความแข็งแกร่งของ PRIME ยังสะท้อนผ่านการได้รับรางวัล Top Influential Brand 2568 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดเวียดนาม
“การเติบโตในตลาดอาเซียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูกค้าและนำความเข้าใจนั้นมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ PRIME สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 25 ปี ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจในเวียดนามและตลาดอาเซียน”
สำหรับเวียดนาม SCGD วางบทบาทให้เป็นทั้ง ฐานการผลิตและส่งออก และตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Glazed Porcelain ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และสามารถใช้เป็นฐานรองรับการส่งออกไปยังตลาดอื่นในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
5 ปี EBITDA แตะ 4,500 ล้าน
ภายใต้รากฐานที่วางไว้ SCGD เดินหน้าต่อยอดการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละตลาดในอาเซียน เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งเป้า EBITDA ที่ระดับ 4,500 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2574 พร้อมตั้งเป้า EBITDA ระยะใกล้ที่ 3,500 ล้านบาทในปี 2571.







