
เจาะลึก Agentic AI เกมใหม่ SCB TechX เพื่อนคู่คิดโลกการเงิน
เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่เป็นผู้คิด ตัดสินใจ วางแผน และลงมือทำแทนมนุษย์ โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของ Agentic AI ซีอีโอ “สุทธิพงศ์ กนกากร” SCB TechX วาง 3 เลเยอร์ Semantic - Governance - FinOps คุมความแม่นยำ ความปลอดภัย และต้นทุน พร้อมเดินเกม AI Transformation ยกระดับจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคต
KEY
POINTS
- เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่เป็นผู้คิด ตัดสินใจ วางแผน และลงมือทำแทนมนุษย์ โลกธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของ Agentic AI
- ซีอีโอ “สุทธิพงศ์ กนกากร” SCB TechX วาง 3 เลเยอร์ Semantic - Governance - FinOps คุมความแม่นยำ ความปลอดภัย และต้นทุน
- พร้อมเดินเกม AI Transformation ยกระดับจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคต
ในยุคที่กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) โหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรอาจมอง AI เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกหรือผู้ช่วยตอบคำถามพื้นฐาน แต่สำหรับ SCB TechX ภายใต้กลุ่ม SCBX
ทิศทางของเทคโนโลยีนี้กำลังก้าวข้ามไปสู่อีกขั้นที่เรียกว่า “Agentic AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการตัดสินใจ วางแผน และลงมือทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อปลดล็อกขีดจำกัดทางธุรกิจในระดับโครงสร้าง
“โพสต์ทูเดย์” จะพาไปเจาะลึกมุมมองและกลยุทธ์กับ “คุณหนุ่ม” สุทธิพงษ์ กนกากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เทคเอกซ์ จำกัด (SCB TechX) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เดต้า เอกซ์ จำกัด (DataX) ถึงวิธีคิดและเบื้องหลังเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
จากผู้รับคำสั่ง สู่ Strategic Partner
จุดเริ่มต้นของ SCB TechX และ SCB DataX เกิดขึ้นเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดูแลและขับเคลื่อนเทคโนโลยีรวมถึงการจัดการข้อมูล (Data) ให้กับบริษัทในเครือทั้งหมด 13 บริษัทของกลุ่ม SCBX อาทิเช่น SCB Bank, Card X, Auto X, Token X และ InnovestX
ทว่า DNA ที่แท้จริงของ SCB TechX กลับไม่ใช่เพียงแค่ “ผู้รับคำสั่งพัฒนาซอฟต์แวร์”
“เราไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อทำเทคโนโลยีตามคำสั่งแต่เรามองว่ามันคือ Strategic Partner ที่ช่วยคิด คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและดึงเทคโนโลยีใหม่ๆที่จำเป็นมาขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มและส่งต่อประโยชน์ไปถึงลูกค้า”
หลักฐานที่สะท้อนบทบาทนี้ได้ชัดเจนที่สุดคือ การที่ SCB TechX เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการดูแลและพัฒนาแอปพลิเคชันธุรกรรมหลักอย่าง SCB Easy ที่ผู้คนนับล้านใช้งานอยู่ทุกวัน
รวมถึงการขยายความเชี่ยวชาญออกไปสู่ลูกค้าภายนอกองค์กร เช่น การออกแบบประสบการณ์ใช้งาน (UX/UI) บนแอปพลิเคชันของหน่วยงานภาครัฐ และบริการระบบยืนยันตัวตน eKYC เกรดมาตรฐานธนาคาร (Bank-Grade) สำหรับธุรกิจประกันภัยและสถาบันการเงินอื่นๆ
ถอดสูตร 3 เลเยอร์เทคโนโลยี
การนำ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด (Heavily regulated) เช่น การเงินและการธนาคาร ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายและทำได้ยากมาก
SCB TechX จึงได้ออกแบบแนวคิด 3 เทคโนโลยีเลเยอร์ (Technology Layers) เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความคุ้มค่าในระดับอุตสาหกรรมประกอบด้วย
1. Semantic Layer สอน AI ให้เข้าใจภาษาและเอกลักษณ์ของธุรกิจ
ในการใช้งานจริง AI จำเป็นต้องเข้าใจบริบทเฉพาะตัวขององค์กรนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น คำว่า "หนี้เสีย" หรือ "ลูกค้า VIP" ในแต่ละบริษัทอาจมีคำจำกัดความที่ไม่เหมือนกัน
หาก AI ไม่เข้าใจบริบทที่ชัดเจน การทำงานย่อมเกิดความผิดพลาด Semantic Layer จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเพื่อให้ลูกค้าสามารถนำคุณค่าทางปัญญา (IP) และความรู้เฉพาะทางใส่เข้าไป เพื่อให้ AI เข้าใจและทำงานสอดรับกับเป้าหมายธุรกิจอย่างแม่นยำ
2. Governance Layer ป้องกัน "AI หลอน" ตรวจสอบได้ 100%
ภาคการเงินการธนาคารภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่สามารถยอมรับความผิดพลาด ความลำเอียง หรือการเสกข้อมูลทิพย์ของ AI ได้เลย
เลเยอร์นี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อบังคับใช้กฎความปลอดภัย ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล และเก็บบันทึกประวัติการตัดสินใจของ AI ย้อนหลังอย่างละเอียด และเมื่อใดที่ AI เผชิญกับข้อมูลที่ไม่มั่นใจ ระบบจะดึงคนเข้ามาร่วมตัดสินใจทันทีในรูปแบบ Human in the loop เพื่อการันตีความถูกต้องแบบเต็มร้อย
3. FinOps (Financial Operation) Layer คุมงบประมาณค่า Token ไม่ให้บานปลาย
เมื่อนำ AI ไปใช้งานในระดับการผลิตจริง (Production-grade) ค่า Token หรือต้นทุนในการประมวลผลของ AI คือค่าใช้จ่ายหลัก เลเยอร์นี้จะคอยตรวจสอบความคุ้มค่าด้านต้นทุนตลอดเวลา
โดยคำนวณเปรียบเทียบว่าการใช้ AI ทำงานคุ้มค่ากว่าคนทำงานทั่วไปหรือไม่ หรือสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI อื่นที่ราคาประหยัดกว่าได้หรือไม่ เพื่อรักษางบประมาณไม่ให้บานปลาย
เปลี่ยนผ่านธุรกิจด้วย 2 เสาหลักเชิงกลยุทธ์
นอกเหนือจากโครงสร้างเทคโนโลยีข้างต้น SCB TechX ยังขับเคลื่อนการทำงานผ่าน 2 เสาหลักสำคัญคือ
- AI Transformation การไม่ด่วนนำ AI ไปสวมทับกระบวนการเดิมเพื่อเพียงแค่ตอบสนอง KPI เท่านั้น แต่ TechX ช่วยวิเคราะห์ ปรับปรุงโครงสร้างและTransform วิธีการทำงานขององค์กรควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
- No Vendor Lock-in การมอบอิสระให้แก่ลูกค้า โดยสามารถพัฒนาและเชื่อมต่อ AI บนโครงสร้างพื้นฐานเดิมหรือระบบ Cloud ที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือผูกขาดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ
ภาพอนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้า
ความก้าวหน้าของ Agentic AI จะทำให้ได้เห็นบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในระดับที่เป็นส่วนตัวสูงมาก (Personalization) ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
ในอนาคต หน้าจอแอปพลิเคชันอย่าง SCB Easy ของผู้ใช้งานแต่ละคนอาจจะแสดงผลไม่เหมือนกันเลย เพราะระบบจดจำพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำหรือแม้แต่ในโลกการลงทุนของ InnovestX ที่มี AI Agent คอยทำหน้าที่วิเคราะห์ตลาดและบริหารพอร์ตการลงทุนแบบ Real-time รายชั่วโมงได้จริงตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย
เพื่อรองรับทิศทางนี้ SCB TechX ไม่เลือกที่จะทำทุกอย่างเองจากศูนย์ แต่ใช้วิธี สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาปรับใช้
และมุ่งเน้นสร้างสรรค์เฉพาะจุดต่างที่โดดเด่น รวมถึงการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของกลุ่ม SCBX เอง เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวอย่างประหยัดงบประมาณที่สุด
Dream Destination คนรักเทคโนโลยี
เป้าหมายสูงสุดของ SCB TechX คือการเป็น "ผู้นำด้าน Agentic AI Financial Technology ที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยสำหรับทุกๆ องค์กร" ที่นี่จึงเปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางในฝันของคนทำงานที่รักในเทคโนโลยี
เพราะเป็นพื้นที่เปิดกว้างที่ให้อิสระแก่ทุกคน ไม่เฉพาะเพียงแต่วิศวกรเท่านั้น ในการเข้ามาร่วมสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มีเป้าหมายเพื่อส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อชีวิตผู้ใช้งานระดับหลายล้านคนอย่างแท้จริง.







