
เปิดใจ FSMART บุก PropTech ส่ง "แมวส้ม" สู้ศึกแพลตฟอร์มอสังหาฯมือสอง
FSMART เปิดประตูธุรกิจใหม่สู่แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร "แมวส้ม เอสเตท" ชูโมเดล Asset-light ใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยี Payment Data และ Ecosystem กว่า 1 แสนจุดบริการ เจาะตลาดบ้านมือสอง ตั้งเป้าเปิดเต็มรูปแบบต้นปี 2570 หวังเห็นรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2571
KEY
POINTS
- FSMART เปิดประตูธุรกิจใหม่สู่แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร "แมวส้ม เอสเตท"
- ชูโมเดล Asset-light ใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยี Payment Data และ Ecosystem กว่า 1 แสนจุดบริการ เจาะตลาดบ้านมือสอง
- ตั้งเป้าเปิดเต็มรูปแบบต้นปี 2570 หวังเห็นรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2571
หากย้อนกลับไปในวันแรกที่ชื่อ "ตู้บุญเติม" กลายเป็นภาพจำของตู้เติมเงินครบวงจรทั่วประเทศ หลายคนอาจไม่คิดว่า ในวันหนึ่งบริษัทเจ้าของเครือข่ายจะขยับเข้ามาเล่นในสนามที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ "ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์"
แต่วันนี้ "บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART" กำลังเปิดประตูบานใหม่เข้าสู่ตลาดบ้านที่มีสัญญาณโตช้าอย่างต่อเนื่อง เบื้องหลังการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่มีอะไรซ่อนอยู่
ก่อนอื่น "โพสต์ทูเดย์" จะพาไปรู้จักกับประตูบานนั้นที่มีชื่อว่า "แมวส้ม เอสเตท" แพลตฟอร์มซื้อ ขาย และเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ภายใต้ "บริษัท แมวส้ม เอสเตท จำกัด" เตรียมเปิดให้บริการไตรมาส 1/2570
สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ คือ FSMART กำลังเปลี่ยนตัวเองจาก "ผู้ให้บริการตู้" เป็น "ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล" หรือไม่ เพราะถ้าคำตอบคือ "ใช่" แมวส้มอาจไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจใหม่อีกหนึ่งธุรกิจ แต่เป็นหมากสำคัญในเกมสร้างรายได้ใหม่ในระยะยาว
"ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี" กรรมการผู้จัดการ FSMART เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า แนวคิดของ "แมวส้ม เอสเตท" ไม่ได้เกิดจากความต้องการเข้าไปเป็นนายหน้าอสังหาฯแบบเดิมๆ
หัวใจสำคัญคือ "การสร้างแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อจับคู่ (Matching)" ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์
โดยใช้โมเดลธุรกิจแบบ Asset-light ที่เน้นการลงทุนในระบบไอทีและพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นหลัก ซึ่งใช้เงินลงทุนเริ่มต้นในหลักหลายสิบล้านบาท เพื่อสร้างระบบที่เสถียรและแข็งแรง
จุดที่ทำให้ "แมวส้ม" แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆในตลาดคือ บริการแบบ One-Stop Service รวมทุกความต้องการไว้ในที่เดียว ตั้งแต่การนัดดูสถานที่, ระบบบริหารจัดการคิวและกุญแจบ้านผ่านเครือข่ายตู้และระบบออนไลน์
รวมถึงการขอสินเชื่อกับธนาคารต่างๆ การปรับปรุงที่อยู่อาศัย ซ่อมแซม ตกแต่ง หรือบิลต์อิน ตลอดจนงานเอกสารทะเบียนสัญญาและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
ทำไมต้อง "อสังหาฯมือสอง"
เหตุผลสำคัญที่ FSMART เลือกเจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสอง ไม่ใช่ตลาดบ้านใหม่ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีปริมาณการขายเติบโตทุกปีและปัจจุบันยังไม่มีผู้เล่นรายใดที่ให้บริการครบ รวมทุกขั้นตอนไว้ในแพลตฟอร์มเดียวอย่างแท้จริง
ขณะที่ตลาดอสังหาฯมือหนึ่งส่วนใหญ่จะมี Developer ดูแลอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่า FSMART ไม่ได้ปิดโอกาสหากในอนาคตจะมีตลาดบ้านมือหนึ่งเข้ามาใช้บริการ
นี่คือจุดที่ "แมวส้ม" พยายามเข้ามาเป็นตัวกลาง จาก Marketplace สู่ One-Stop Service
แต้มต่อของ "แมวส้ม"
คำตอบของ FSMART คือ Ecosystem "แมวส้ม" จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ 3 ร่วมกับ "กิ้งก่า" กลุ่มสมาร์ทเวนดิ้งและดิจิทัลไลฟ์สไตล์ โดยจะได้รับอานิสงส์จาก Ecosystem ที่แข็งแกร่งของ FSMART ที่มีเครือข่ายจุดให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 100,000 จุด
และมีฐานลูกค้าจากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ "ตู้บุญเติม" ลูกค้าสินเชื่อที่มีเกือบ 200,000 ราย รวมถึงลูกค้าเต่าบินและกิ้งก่า ทำให้การเข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายทำได้โดยง่าย
สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้หมายความว่าลูกค้าตู้เติมเงินจะกลายเป็นลูกค้าอสังหาฯโดยอัตโนมัติ แต่ FSMART มองว่าฐานผู้ใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงลูกค้าและเปิดช่องทางใหม่ให้กับบริการดิจิทัล
และสิ่งหนึ่งที่ FSMART ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือ Data Security โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารทางการเงิน การขอสินเชื่อและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์
คุณณรงค์ศักดิ์ ย้ำว่า FSMART มีประสบการณ์ด้านระบบการเงินในฐานะ Banking Agent ให้กับธนาคาร 9 แห่งและมีระบบรักษาความปลอดภัยบนมาตรฐานที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมาก
ชื่อ "แมวส้ม" กลยุทธ์ที่เหนือกว่า
คุณณรงค์ศักดิ์ เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าชื่อผลิตภัณ์ของทีมงานของเราล้วนตั้งเป็นชื่อสัตว์ ทั้ง "เต่าบิน" และ "กิ้งก่า" เพื่อให้ผู้บริโภคจำง่ายและรู้สึกใกล้ตัว เข้าถึงได้ง่าย
ชื่อ "แมวส้ม" จึงถูกเลือก เพราะมีบุคลิกขี้อ้อน เป็นกันเองและอบอุ่น ซึ่งเป็นภาพที่ FSMART อยากสะท้อนถึงบริการของแพลตฟอร์มที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มของเรานั่นเอง
อนาคตที่ไม่ได้ฝากไว้แค่ "แมวส้ม"
หากมองภาพใหญ่จะพบว่า FSMART กำลังสร้างเครื่องยนต์การเติบโตหลายตัวพร้อมกันเพื่อผลักดันรายได้รวมปี 2569 เติบโตตามเป้าหมาย 8-10% โดย..
- "บุญเติม" ยังคงเป็นฐานธุรกิจหลัก มีเครือข่ายตู้กว่า 110,000 ตู้
- "สินเชื่อ" ถูกวางให้เป็น Growth Engine โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อทั้งปี 2569 เพิ่มขึ้น 40% สู่ระดับ 2,200 ล้านบาท
- "GINKA Charge Point" เดินหน้าขยายหัวชาร์จเป็น 1,000 หัวชาร์จในปีนี้
- "เต่าบิน" ซึ่ง FSMART ถือหุ้น 26.71% ตั้งเป้าขยายตู้เป็น 10,000 ตู้ พร้อมใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและบริหารต้นทุน
ขณะที่ "แมวส้ม" ที่วันนี้ยังอยู่ในช่วงสร้างระบบและสะสมฐานลูกค้า
รายได้ของ FSMART ในวันนี้ยังไม่รวม "แมวส้ม" ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 1,260.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 268.9 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการทำรายการผ่านเครือข่ายตู้บุญเติมรวม 17,658 ล้านบาท,
ธุรกิจสินเชื่อ มีรายได้ 168.5 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 1,609 ล้านบาท, ธุรกิจที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า GINKA Charge Point มีหัวชาร์จรวม 650 หัว และตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติเต่าบิน รวม 7,850 ตู้
ขณะที่ในไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 628 ล้านบาท กำไรสุทธิ 133.4 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) 27 ส.ค.นี้ ก่อนจ่ายเงินปันผล 10 ก.ย. 2569
เกมจริงปี 2571
"แมวส้ม" เริ่มทดสอบระบบ (Test) ในเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม 2569 พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ในช่วงต้นปี 2570 โดยการรับรู้รายได้ในปีแรกจะเป็นการสะสมฐานลูกค้าและพาร์ทเนอร์
คุณณรงค์ศักดิ์ คาดหวังว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากแมวส้มเป็นกอบเป็นกำตั้งแต่ปี 2571
พร้อมกับยอมรับว่าตั้งเป้าหมายให้ FSMART เป็น "ผู้พัฒนานวัตกรรมเชิงโครงสร้าง" ที่ส่งมอบนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ภาพที่ว่าก็คือ ฐานลูกค้า + เทคโนโลยี + Payment + Data + Ecosystem โดยจะขยายตัวไปในทุกอุตสาหกรรมที่สามารถนำแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าไปเชื่อมต่อได้
"แมวส้มจะเป็นอีกหนึ่ง New Growth Engine ที่เข้ามาช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนได้สะดวกและง่ายขึ้น ด้วยบริการที่เป็นกันเองและครบวงจรในที่เดียว."







