posttoday
SET แกว่งพักตัว ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ระวังแรงขายลดเสี่ยงก่อนวันหยุด

SET แกว่งพักตัว ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ระวังแรงขายลดเสี่ยงก่อนวันหยุด

11 สิงหาคม 2569

InnovestX คาด SET แกว่งพักตัว ตลาดยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ระวังแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงท้ายตลาดก่อนวันหยุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCP และ CENTEL

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน โดยนักลงทุนมุ่งเน้นเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นหลัก
  • ต้องระมัดระวังแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงท้ายตลาดก่อนวันหยุดทำการ ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้น
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของเฟดและทิศทางตลาด

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งพักตัว ตลาดยังไร้ปัจจัยหนุนใหม่ โดยนักลงทุนยังเลือกลงทุนและเก็งกำไรไปตามการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม วันพรุ่งนี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ ทำให้ต้องระวังแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงท้ายตลาด อาจส่งผลให้ดัชนีมีความผันผวนมากขึ้น โดยพรุ่งนี้จะมีการรายงานดัชนี CPI ก.ค. ของสหรัฐฯ ตามด้วยเช้าวันที่ 13 ส.ค. MSCI Rebalance รอบย่อย ส.ค. ทางเทคนิคดัชนีดีดตัวขึ้น แต่มูลค่าซื้อขายชะลอลง อาจทำให้การปรับขึ้นยังอยู่ในกรอบจำกัด

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ 

 

อย่างไรก็ดี คาดตลาดยังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะรายงานในสัปดาห์นี้ (12 ส.ค.) ซึ่งหากชะลอตัวลงจะช่วยหนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

 

1.New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

 

2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

 

3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW

 

Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไรไตรมาส 2/2526 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะ การเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ CPN KCE MTC PR9 AMATA AP BEM CPALL ERW PRM TIDLOR GUNKUL HANA LHSC 

 

2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัม กำไรไตรมาส 2-4/2569 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU

 

3) Anti- Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายอย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC) 

 

4) Declining Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัวลงหรือต่ำกว่าตลาดคาด ได้แก่ MTC SAWAD TIDLOR

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCP ปัจจัยสนับสนุนจากภาวะห่วงโซ่อุปทานที่คงตึงตัวสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Middle Distillate (ดีเซลและน้ำมันอากาศยาน) ตามกำลังการกลั่นใหม่ที่จำกัด คาดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เติบโตต่อเนื่อง โดยมี Upside จากธุรกิจก๊าซฯ OKEA และจะรับรู้การดำเนินงานธุรกิจ SAF เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.50 บาท

 

CENTEL ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 166 ล้านบาท (+51%YoY) สูง กว่าที่ตลาดคาดมาก จากธุรกิจอาหารที่แข็งแกร่งและการลดลงของดอกเบี้ยจ่าย และแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะดีต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวตามฤดูกาลและมี Upside จาก "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท

ข่าวล่าสุด

SET แกว่งพักตัว ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ระวังแรงขายลดเสี่ยงก่อนวันหยุด

SET แกว่งพักตัว ตลาดขาดปัจจัยใหม่ ระวังแรงขายลดเสี่ยงก่อนวันหยุด