posttoday
“ไทยคม” สู่ “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” มุ่งผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ

“ไทยคม” สู่ “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” มุ่งผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ

07 สิงหาคม 2569

บอร์ดไทยคม ไฟเขียว เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” และชื่อย่อหุ้น จาก THCOM เป็น GST สอดรับขยายขอบเขตธุรกิจนอกเหนือธุรกิจดาวเทียม มุ่งสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ ชงผู้ถือหุ้นอนุมัติ 15 ก.ย.69

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) 

 

นอกจากนี้ ยังมีมติอนุมัติเปลี่ยนแปลงตราประทับ และชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัท จาก THCOM เป็น GST เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัท

 

เปลี่ยนชื่อบริษัทสอดคล้องการขยายขอบเขตธุรกิจ 

 

การเสนอการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและการเติบโตขององค์กรที่ได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจดาวเทียมสื่อสาร (Satellite Communications: SATCOM) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท 

 

บริษัทยังได้ต่อยอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านดาวเทียมไปสู่ธุรกิจบริการด้านเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทในระยะยาว

 

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการพัฒนาและต่อยอดเป็นบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Intelligence: GEOINT) จนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้บริษัทมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในยุค New Space Economy (เศรษฐกิจอวกาศใหม่) 

 

ดังนั้น การเสนอการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทจึงเป็นการสะท้อนถึงบทบาท ภารกิจ และวิสัยทัศน์ขององค์กรในปัจจุบันและอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ 

 

ยังคงใช้ชื่อดาวเทียม “ไทยคม” 

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยึดมั่นและให้ความสำคัญกับชื่อ “ไทยคม” ซึ่งเป็นชื่อของดาวเทียมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรและประเทศไทยมาโดยตลอด ดังนั้น การเสนอการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทในครั้งนี้ ไม่ส่งผลต่อชื่อดาวเทียมของบริษัทแต่อย่างใด โดยบริษัทยังคงใช้ชื่อดาวเทียมภายใต้ชื่อ “ไทยคม” เช่นเดิม

 

เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ 15 ก.ย.นี้

 

มติคณะกรรมการบริษัทดังกล่าวจะเสนอให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 พิจารณาอนุมัติในวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 (Record Date) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569

 

บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประเทศและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

 

ไตรมาส 2/69 ขาดทุน 87 ล้านบาท 

 

ด้านผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีผลขาดทุนส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ จำนวน 87 ล้านบาท เทียบกับกำไรจำนวน 588 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569 (QoQ) เนื่องจากในไตรมาส 1/2569 บริษัทรับรู้รายได้อื่นจากดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวข้องกับการคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายล่าช้า และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับคืนจากกรมสรรพากรอินเดีย ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเฉพาะในไตรมาสดังกล่าว 

 

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีผลขาดทุนที่ลดลงจากผลขาดทุนจำนวน 207 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 (YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่ลดลง เนื่องจากในไตรมาส 2/2568 บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจำนวน 209 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ 

 

เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานปกติบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน จำนวน 93 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากธุรกิจบรอดคาสต์ที่ปรับตัวลดลงตามแนวโน้มความต้องการของตลาดที่ชะลอตัวลง

 

บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการในไตรมาส 2/2569 จำนวน 497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท หรือ 9.7% จากรายได้จำนวน 453 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องแก่ลูกค้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้จากโครงการก่อสร้างเพื่อขยายสถานีภาคพื้นดินให้แก่บริษัท Globalstar เพื่อรองรับเทคโนโลยีและบริการสื่อสารใหม่ 

 

โดยบริษัทได้เคยดำเนินการก่อสร้างสถานีภาคพื้นดินดังกล่าวมาก่อน รวมถึงรายได้ที่รับรู้ตามความคืบหน้าของโครงการจัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดินให้แก่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จำนวน 535 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 (YoY) รายได้จากการขายและการให้บริการลดลง38 ล้านบาท หรือ 7.1% สาเหตุหลักจากการชะลอตัวของรายได้ในธุรกิจบรอดคาสต์ตามแนวโน้มความต้องการของตลาดที่อ่อนตัวลง รวมถึงรายได้จากต่างประเทศที่ลดลง


สำหรับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศ บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าในไตรมาส 2/2569 จำนวน 4 ล้านบาท โดยส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าลดลงจากจำนวน 23 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569 (QoQ) และ 9 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 (YoY) 

 

โดยมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) ที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงินจากดอกเบี้ยจ่ายของ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด (เชน) โดยบริษัทยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวจากนโยบายปรับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรคมนาคมของกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่ง สปป.ลาว ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าฟื้นตัวขึ้น

 

6 เดือนแรกปี 2569 ขาดทุน 89 ล้านบาท

 

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีผลขาดทุนส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ จำนวน 89 ล้านบาท เทียบกับกำไรจำนวน 499 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 และมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ จำนวน 829 ล้านบาท ลดลง 205 ล้านบาท หรือ 19.8% จากรายได้จำนวน 1,034 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568

ข่าวล่าสุด

“ไทยคม” สู่ “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” มุ่งผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ

“ไทยคม” สู่ “กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี” มุ่งผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ