posttoday
Morgan Stanley ปรับมุมมอง "บวก" ต่อตลาดหุ้นไทย-เกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ของถูก กำไรฟื้น

Morgan Stanley ปรับมุมมอง "บวก" ต่อตลาดหุ้นไทย-เกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ของถูก กำไรฟื้น

03 สิงหาคม 2569

Morgan Stanley วาณิชธนกิจระดับโลก ประกาศปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไทยขึ้นสู่ระดับ "Overweight" ชี้เป็นจังหวะทองในการเข้าสะสมหุ้นรับเทรนด์เทคโนโลยี AI

KEY

POINTS

  • Morgan Stanley ปรับเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นเกาหลีใต้สู่ "Overweight" ชี้เป็นจังหวะเข้าซื้อหุ้นกลุ่ม AI หลังเกิดภาวะ Leverage Washout
  • ชูเสน่ห์หุ้นไทย เป็น Overweight รับอานิสงส์กำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัว มูลค่าหุ้นอยู่ในโซนถูก และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ไหลเข้าต่อเนื่อง
  • ปรับลดน้ำหนักตลาดหุ้นออสเตรเลียลงสู่ "Underweight" เซ่นพิษดอกเบี้ยขาขึ้นและการปฏิรูปภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่กดดันตลาด

 

ตามรายงานจากสำนักข่าว Bloomberg มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) วาณิชธนกิจชั้นนำของโลก ประกาศปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Upgrade) ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้และตลาดหุ้นไทยขึ้นสู่ระดับ "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (Overweight) ชี้เป็นจังหวะทองในการเข้าสะสมหุ้นหลังตลาดปรับฐานจนมูลค่ากลับมาน่าสนใจ สวนทางกับตลาดหุ้นออสเตรเลียที่ถูกหั่นน้ำหนักการลงทุนลง

 

'หุ้นเกาหลีใต้' รับกระแส AI Super-cycle

 

แดเนียล เค. เบลค (Daniel K. Blake) หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของมอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินในบทวิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์เทขายเพื่อล้างสถานะเก็งกำไร หรือ "Leverage Washout" ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนมีจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบมากขึ้น โดยเฉพาะในธีมการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่ (Super-cycle) ของภาคอุตสาหกรรม

 

มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์ว่า ดัชนี Kospi มีโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) ได้สูงถึง 36% ไปสู่ระดับเป้าหมายที่ 9,000 จุด จากเดิมที่เคยมองไว้เพียงระดับ "ให้น้ำหนักเท่ากับตลาด" (Equalweight) หลังจากที่เมื่อวันจันทร์ดัชนีเพิ่งเผชิญความผันผวนอย่างหนักและร่วงลงถึง 5.5% ซึ่งเป็นการย่อตัวแรงหลังทำสถิติทะยานขึ้น 18% ในช่วงก่อนหน้า

 

ทีมนักวิเคราะห์มองว่า แรงเทขายที่ผ่านมาเป็นผลจาก "ปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก" และในขณะนี้ตลาดได้ผ่านจุดกึ่งกลางของการล้างสถานะในกองทุน ETF ที่ใช้เลเวอเรจ, การลดเลเวอเรจของบรรดาเฮดจ์ฟันด์ รวมถึงการลดบัญชีมาร์จิ้นของนักลงทุนรายย่อยไปแล้วเรียบร้อย

Morgan Stanley ปรับมุมมอง "บวก" ต่อตลาดหุ้นไทย-เกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ของถูก กำไรฟื้น

 

คุมเข้มเก็งกำไรรายย่อย ดันดัชนีเข้าสู่จุดสมดุล

 

ก่อนหน้านี้ ดัชนี Kospi ทรุดตัวลงลึกกว่า 30% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายทำกำไรในตลาดที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องให้เป็น "ตัวชี้วัดสำคัญ" (Bellwether) ของภูมิภาคเอเชียสำหรับดีมานด์ด้าน AI

 

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากการแห่เก็งกำไรในกองทุน ETF แบบเลเวอเรจ อิงหุ้นรายตัว และการกระจุกตัวของน้ำหนักหุ้นในดัชนี

 

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ต้องเข้ามาแทรกแซงเพื่อคุมเข้ม โดยรัฐบาลมีแผนที่จะจำกัดการมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้เลเวอเรจ ซึ่งรวมถึงการกำหนดเพดานสัดส่วนการลงทุนไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนดเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนรวม

 

มอร์แกน สแตนลีย์ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้นของดัชนี Kospi ไว้ที่ 5,500-10,500 จุด โดยมองว่าหุ้นบิ๊กแคปอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix จะเป็นแกนหลักในการช่วยพยุงตลาดจากระดับมูลค่าที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ยังคาดว่าหุ้นในกลุ่มกลาโหมและการเงิน จะได้รับปัจจัยบวกหนุนอย่างต่อเนื่อง

 

Morgan Stanley ปรับมุมมอง "บวก" ต่อตลาดหุ้นไทย-เกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ของถูก กำไรฟื้น

 

อัปเกรด 'ตลาดหุ้นไทย' ชูเสน่ห์ของถูก-กำไรฟื้น

 

สำหรับความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ตลาดหุ้นไทย ขึ้นเป็น "Overweight" จากระดับ "Equalweight" เช่นกัน โดยนักวิเคราะห์มองเห็นโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับประเทศไทย จากตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ขยายตัว และขีดความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากนี้ ทิศทางผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไทยกำลังอยู่ในจุดพลิกฟื้น ขณะที่มูลค่าหุ้น (Valuation) ก็อยู่ในระดับที่ถูกมาก ยิ่งไปกว่านั้น หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวยังมีแนวโน้มที่จะได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุน (Capex) ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และธีมความมั่นคงด้านพลังงานอีกด้วย

 

Morgan Stanley ปรับมุมมอง "บวก" ต่อตลาดหุ้นไทย-เกาหลีใต้ ชูเสน่ห์ของถูก กำไรฟื้น

 

หั่นน้ำหนัก 'ออสเตรเลีย' เซ่นพิษดอกเบี้ย-ภาษีอสังหาฯ

 

ในทางตรงกันข้าม มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ตัดสินใจหั่นน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นออสเตรเลียลงสู่ระดับ "ลดน้ำหนักการลงทุน" (Underweight) จากเดิมที่ระดับ "Equalweight" โดยประเมินว่าตลาดมีข้อจำกัดในการปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก (Limited Upside)

 

สาเหตุหลักมาจากการที่ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง ประกอบกับการปฏิรูปโครงสร้างภาษีที่เข้าไปบั่นทอนแรงจูงใจในการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งลบล้างมุมมองเชิงบวกก่อนหน้านี้ ที่มอร์แกน สแตนลีย์ เคยประเมินว่าตลาดหุ้นออสเตรเลียจะได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและอิหร่าน

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโต ไทยโกยส่งออกแสนล้าน รับเทรนด์เลี้ยงสัตว์เหมือนครอบครัว

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโต ไทยโกยส่งออกแสนล้าน รับเทรนด์เลี้ยงสัตว์เหมือนครอบครัว