posttoday
ส่อง 3 ปัจจัยกดดัน ฉุดตลาดหุ้นไทยดิ่ง 24.56 จุด หลุด 1,600

ส่อง 3 ปัจจัยกดดัน ฉุดตลาดหุ้นไทยดิ่ง 24.56 จุด หลุด 1,600

30 กรกฎาคม 2569

ดัชนีหุ้นไทยร่วง 24.56 จุด หลุด 1,600 จุด รับ 3 ปัจจัยลบ “เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินเข้มงวด-สงครามตะวันออกกลางดันน้ำมันพุ่ง-หุ้นเทคฯ โลกปรับฐานรุนแรง” แนะกลยุทธ์ตั้งรับ ชู PTTEP-KTB-SJWD

KEY

POINTS

  • เปิด 3 ปัจจัย ฉุดหุ้นไทยหลุด 1,600 จุด ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าคาดการณ์ กดดันตลาดหุ้นกลุ่มเติบโตและเทคโนโลยี
  • วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่อเค้าบานปลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นและเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อ
  • ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญแรงเทขายและปรับฐานรุนแรง จากความกังวลด้านผลประกอบการและการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ค.2569) ล่าสุด เวลา 11.31 น. ปรับลดลง 24.56 จุด หรือปรับลดลง 1.51% มาอยู่ที่ 1,599.91 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,875.24 ล้านบาท โดยระหว่างวันทำระดับต่ำสุด 1,588.48 จุด และระดับสูงสุด 1,616.06 จุด

 

ดัชนีหุ้นไทย วันที่ 30 ก.ค.2569 เวลา 11.31 น.

 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดหุ้นไทยเผชิญ 3 ปัจจัยกดดันรอบด้าน หลังหยุดไป 2 วันทำการ โดยตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมาเผชิญภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) อย่างรุนแรง ท่ามกลาง 3 ปัจจัยลบหลัก ประกอบด้วย

 

FED ส่งสัญญาณ Hawkish แม้ว่าการประชุม FED ล่าสุดในเดือน ก.ค.2569 จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงมีความเสี่ยงที่จะกลับมาเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ FED ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาด 

 

โดยมีกรรมการถึง 3 รายโหวตสวนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 4.0% และเครื่องมือ FedWatch Tool ได้ให้น้ำหนักสูงถึง 57% ที่ FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบถัดไป 

 

ปัจจัยตึงตัวดังกล่าวหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับ 5.21% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.68% กดดันมูลค่า (Valuation) ของหุ้นเติบโตและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

วิกฤตตะวันออกกลางส่อเค้าบานปลาย สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มขยายวงกว้างจากคู่ขัดแย้งหลักอย่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน ไปสู่สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ โดยครอบคลุมพื้นที่การเผชิญหน้าทั้งในสหรัฐฯ, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก และกลุ่มเยเมน (ฮูตี) 

 

ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะงักงันและการเจรจาผ่านโอมานหยุดชะงักลง ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานที่ตึงตัวส่งผลดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นทะลุระดับ 90.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตทั่วโลกต่อไป

 

ตลาดเทคฯ โลกปรับฐานรุนแรง ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขายหนัก โดยดัชนี NASDAQ 100 ปรับตัวลดลงเกิน 10% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงเฉลี่ยถึง 25% จากความกังวลเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน (AI Spending) และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของบางบริษัทที่ออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังดิ่งลงแรงถึง -16.2% และตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับฐานลงกว่า -5.4%

 

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์เน้นการตั้งรับโดยเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้น หรือได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยทรงตัวสูง อาทิ

 

PTTEP ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงคราม พร้อมคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตโดดเด่นและมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง

 

KTB ได้ประโยชน์จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูง (Higher for Longer) ช่วยหนุนส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) และมีฐานะสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง

 

SJWD แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) สูง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69