posttoday
"อัสสเดช คงสิริ" กับภารกิจเติม 'เสน่ห์' ความเชื่อมั่นและโอกาสที่เท่าเทียมตลาดทุนไทย

"อัสสเดช คงสิริ" กับภารกิจเติม 'เสน่ห์' ความเชื่อมั่นและโอกาสที่เท่าเทียมตลาดทุนไทย

13 กรกฎาคม 2569

สัมภาษณ์พิเศษ: ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มขยับตัวและวอลุ่มการซื้อขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามาเป็นบวก เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่คือการวางรากฐาน "เส้นทางเดิน"ใหม่ที่ต้องการพาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปในทิศทางเดียวกัน

KEY

POINTS

  • สัมภาษณ์พิเศษ: ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มขยับตัวและวอลุ่มการซื้อขายกลับมาคึกคักอีกครั้ง
  • ท่ามกลางกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามาเป็นบวก เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข
  • แต่คือการวางรากฐานเส้นทางเดินใหม่ที่ต้องการพาเศรษฐกิจและสังคมไทยไปในทิศทางเดียวกัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ ทั้งวิกฤตความเชื่อมั่น เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลออก สภาพคล่องที่หดตัว รวมถึงเหตุการณ์ที่กระทบภาพลักษณ์ของตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายตั้งคำถาม..หุ้นไทยยังมีเสน่ห์หรือไม่ ?

ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเดินหน้าเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ "Trusted Gateway to Inclusive Opportunities" ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญขององค์กร แต่เป็นโรดแมปในการฟื้นความเชื่อมั่น ยกระดับธรรมาภิบาล พัฒนานวัตกรรมการลงทุน และสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงตลาดทุนได้อย่างเท่าเทียม

"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า หากย้อนกลับไปในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดทุนไทยเผชิญกับบททดสอบหนักจากเหตุการณ์บางบริษัทที่สั่นคลอนความน่าเชื่อถือ

โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรให้ตลาดกลับมามีเสน่ห์อีกครั้ง คำตอบจึงไม่ได้อยู่ที่การวิ่งไล่ตามปัญหา หรือการเป็นเพียงฝ่ายรับ (Reactive) ที่คอยถามคำถามเมื่อเห็นงบการเงินผิดปกติเท่านั้น

แต่เป้าหมายใหม่คือการสร้างกลไกป้องกัน (Preventive) โดยยกระดับธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการให้ความรู้แก่กรรมการอิสระเพื่อทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง เพราะพื้นฐานของการลงทุนที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากข้อมูลที่เชื่อถือได้

หัวใจหลักที่ทีมงานรุ่นใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกันปลุกปั้นขึ้นมาคือแนวคิด Trusted Gateway to Inclusive Opportunities เปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหญ่ให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อย คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือนักลงทุนสถาบันจากทั่วโลก ได้รับโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียมกัน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้หยุดแค่หุ้นไทย แต่กำลังขยายอาวุธการลงทุนให้หลากหลายขึ้น ทั้งหุ้นต่างประเทศผ่าน DR กว่า 400 ตัว, การลงทุนในทองคำผ่าน Mini Gold Online ที่เข้าถึงง่ายขึ้น ไปจนถึงแผนการเปิดตัว Crypto Futures ในอนาคตที่ผ่านการอนุมัติแล้ว

ในปีนี้ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ทั้งเงินทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเป็นบวก, ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนดีขึ้น รวมถึงมูลค่าการซื้อขายคึกคักขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ ต้องเดินหน้าต่อในเรื่องของธรรมาภิบาล, การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการสื่อสารกับนักลงทุน

อัสสเดช คงสิริ

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจคือการเปิดตัว "แอปวิเศษ (wiset)" แอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อรวมข้อมูลข่าวสารในโลกการลงทุนมาไว้ในที่เดียว ไม่ต้องเข้าหลายเว็บไซต์ให้วุ่นวาย

My Wealth ช่วยดึงข้อมูลสินทรัพย์ทุกแห่งมาให้เห็นชัดเจนในที่เดียว ทั้งหุ้น กองทุน ESG, RMF หรือ LTF เพื่อให้เราปรับพอร์ตได้ตามความเสี่ยงที่รับได้

TSD e-Service เปลี่ยนโลกของการรอเช็คเงินปันผลที่อาจสูญหายหรือหมดอายุ ให้กลายเป็นระบบออนไลน์ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี

Watch ศูนย์รวมความรู้สำคัญ ทั้งการออมพื้นฐาน จนถึงคลิปจากเซียนหุ้น เพื่อสร้างสังคมที่รู้จักการออมที่เหมาะสมกับช่วงวัย

แอป wiset เริ่มแรกมียอดดาวน์โหลดกว่า 20,000 ดาวน์โหลด แต่เป้าหมายสำคัญไม่ใช่จำนวนดาวน์โหลด แต่คือการสร้างประโยชน์ให้กับนักลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้แอปวิเศษ เพื่อนำไปพัฒนาให้ตอบโจทย์มากขึ้นในอนาคต

"อัสสเดช คงสิริ" กับภารกิจเติม 'เสน่ห์' ความเชื่อมั่นและโอกาสที่เท่าเทียมตลาดทุนไทย

เสน่ห์หาตลาดทุน & จุดแข็งเงินปันผล

ตลาดหุ้นไทยมีจุดแข็งแกร่งที่น่าสนใจ ทั้งมีบริษัทจดทะเบียนคุณภาพจำนวนมาก, มีขนาดตลาดที่ใหญ่พอ และมีสภาพคล่องที่ดี นักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความสนใจอยู่เสมอ เพียงแต่รอจังหวะที่เหมาะสมในการกลับมาลงทุน

และเมื่อดูจากตัวเลขดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ตั้งแต่ต้นปี อีกทั้งช่วงหลังการเลือกตั้ง เงินทุนต่างชาติไหลเข้าราว 60,000 ล้านบาท แม้จะมีผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางจนมีเงินไหลออกบางส่วน แต่ภาพรวมยังเป็นบวก ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปีก่อน

โครงสร้างนักลงทุนปัจจุบันยังคงเป็นต่างชาติ 50% นักลงทุนรายย่อย 30% และนักลงทุนสถาบัน 20% นั่นสะท้อนภาพชัดเจนได้ว่าตลาดหุ้นกลับมาคึกคักและมีเสน่ห์มากขึ้น

เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของตลาดทุนไทยคือ "เงินปันผล" ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอาจดูน้อยนิด แต่ตลาดหุ้นไทยโดยรวมมีอัตราปันผลเฉลี่ยกว่า 4% และบางบริษัทอาจสูงถึง 7-8%

ภาพในระยะยาว ยังคงต้องสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงทำให้บริษัทจดทะเบียนมีการเติบโตที่ชัดเจน ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญอย่าง "จั๊มพ์พลัส (Jump+)" ที่ผลักดันและเปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนวางแผนสร้างมูลค่าเพิ่มและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระยะ 3 ปี และสื่อสารเป้าหมายการเติบโตกับนักลงทุนอย่างชัดเจน

3 คำสะท้อนความมุ่งมั่นฟื้นศรัทธาตลาดทุน

หากต้องสรุปเป็น 3 คำ หรือ 3 แนวคิดหลักที่สะท้อนความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯในการฟื้นความเชื่อมั่นคือ

  • Client First คำนึงถึงความต้องการของนักลงทุนเป็นอันดับแรก ทั้งนักลงทุน บริษัทจดทะเบียน และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
  • Collaborate to Innovate ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างนวัตกรรม เช่น ระบบวัดคาร์บอนเครดิตเพื่อช่วยบริษัทไทยรับมือกับเกณฑ์โลกใหม่ การพัฒนาตลาดทุนไม่สามารถทำได้โดยตลาดหลักทรัพย์ฯเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
  • Integrity Always ยึดความถูกต้องและความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง รักษาความเชื่อมั่น ความเป็นธรรมและผลประโยชน์ส่วนรวมของตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะหากขาดสิ่งเหล่านี้ตลาดทุนไม่อาจเดินต่อได้

การเดินทางของตลาดทุนไทยในวันนี้ "อัสสเดช" ยืนยันว่ายังมีเสน่ห์อีกมากมายที่รอให้คุณค้นพบ ทั้งเงินปันผล การเติบโตของธุรกิจ และโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย หน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์คือการสร้างระบบที่เปิดกว้าง โปร่งใส และทำให้ทุกคนสามารถใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืน.

ข่าวล่าสุด

คนไทยติดซีรีส์แนวตั้ง ดาวน์โหลดแอปฯ อันดับ 6 ของโลก ยอดผู้ใช้แตะ 9 ล้านราย

คนไทยติดซีรีส์แนวตั้ง ดาวน์โหลดแอปฯ อันดับ 6 ของโลก ยอดผู้ใช้แตะ 9 ล้านราย