
ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 17.72 จุด ทะลุ 1,600 จุด นิวไฮรอบ 3 ปี 4 เดือน
ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 17.72 จุด ทะลุ 1,600 จุด ทำนิวไฮในรอบ 3 ปี 4 เดือน โบรกฯ ชี้รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าหุ้นใหญ่ กลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ICT และธนาคาร ประเมินกรอบเคลื่อนไหวสัปดาห์หน้า 1,580-1,640 จุด
KEY
POINTS
- ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,611.28 จุด เพิ่มขึ้น 17.72 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 3 ปี 4 เดือน
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ และการปรับขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ICT และธนาคาร
- นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิกว่า 5,782 ล้านบาท สวนทางกับนักลงทุนทั่วไปในประเทศที่ขายสุทธิกว่า 6,272 ล้านบาท
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันนี้ (3 ก.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,611.28 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 17.72 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.11% มูลค่าการซื้อขาย 80,492.88 ล้านบาท ระหว่างวันขึ้นไปทำระดับสูงสุด 1,621.19 จุด และลงไปต่ำสุดที่ 1,598.30 จุด แบ่งตามประเภทนักลงทุน สถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 982.46ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อสุทธิ 1,472.99 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 5,782.12 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 6,272.65 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า SET วันนี้ปรับตัวขึ้นต่อ และระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 1,621 จุด ก่อนมีแรงขายทำกำไรบางส่วนช่วงท้ายตลาด แต่ยังปิดยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ในรอบ 3 ปี 4 เดือน สอดคล้องกับบรรยากาศตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เป็นบวก
สำหรับแรงหนุนหลักของตลาดมาจากหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่ม โดยเฉพาะพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ICT และธนาคาร สะท้อนจากหุ้นที่หนุนดัชนี ได้แก่ DELTA, PTT, ADVANC, GULF, BAY, AOT, TRUE, GPSC, SCC และ BDMS ขณะที่กลุ่มพลังงานได้แรงซื้อกลับเด่นตาม PTT และ PTTEP แม้ราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวในระดับต่ำ ส่วนกลุ่ม ICT และอิเล็กทรอนิกส์ยังช่วยประคองภาพบวกของดัชนีต่อเนื่อง
ในภาพรวมวันนี้ถือเป็นการขึ้นแบบมีแรงซื้อกระจายตัวมากขึ้น (Market Breadth ดีขึ้น) ไม่ได้พึ่งหุ้นตัวเดียวเหมือนบางช่วงก่อนหน้า โดย Sector ที่หนุนตลาดเด่น ได้แก่ พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ICT ธนาคารพาณิชย์ และอาหาร ขณะที่แรงขายยังมีในบางหุ้นรายตัว เช่น KTB, BEM, KCE, ITC และหุ้นขนาดกลางบางตัว สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในจังหวะเลือกหุ้น ไม่ใช่ซื้อทั้งกระดาน และเป็นลักษณะ Sector Rotation
ปัจจัยหลักที่พบ คือ เม็ดเงินจากต่างชาติยังคงไหลเข้าหุ้นไทย โดยแรงซื้อจากต่างชาติที่เข้ามามากกว่าปกติ ในระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ.2569 กว่า 60,000 ล้านบาท และเริ่มขายสลับบ้างราว 40,000 ล้านบาท ระหว่างทาง ก่อนจะเริ่มพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยในเดือน มิ.ย.2569
ดังนั้น เราปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแรงซื้อต่างชาติ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ในช่วงแรกนี้ จะเน้นเทรดตาม Momentum หุ้นที่ฝรั่งเลือกซื้อก่อน แม้ดูแพงแล้ว แต่อย่างหุ้นกลุ่มธนาคารสามารถเก็งกำไรได้ พร้อมกับวาง trailing stop หากราคาร่วงลงแรงผิดทาง แนะนำ เช่น TCAP SCB KKP โดยเน้นว่าเล็งจังหวะล็อคกำไรไว้ด้วย ไม่ควรปล่อยไว้นาน
จุดสำคัญอยู่ที่การประกาศงบฯ แบงก์แรกอย่าง TISCO วันที่ 14 ก.ค.2569 หากตึงตัวไปอาจจะเห็น Sell-on-fact หรือหากมีสัญญาณ Sector Rotation เข้ากลุ่มใหญ่อื่นก่อน ก็ต้องรีบปรับพอร์ต เราเล็งกลุ่มถัดไปไว้ที่อุปโภค-บริโภคในประเทศ ที่ได้อานิสง์จาก El Niño ด้วย อย่าง เครื่องดื่ม (OSP CBG ICHI) เนื้อสัตว์ (CPF BTG GFPT)
สำหรับกรอบดัชนีสัปดาห์หน้า ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,580-1,640 จุด
ปัจจัยติดตามสัปดาห์หน้า ต่างประเทศ เช่น ตัวเลข PMI, FOMC Minutes ส่วนในประเทศ แนะติดตามการพิจารณา พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท (9 ก.ค.2569)
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่ง ในแดนบวกทั้งวัน มองปัจจัยหนุนมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจไหลเข้า ตามทิศทางเงินบาทที่แข็งค่า ส่วนหนึ่งเพราะแรงงานของสหรัฐฯ ประกาศออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งหนุนใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ประกอบกับมีแรงหนุนจากการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมจากเทคโนโลยีมาสู่หุ้นคุณค่า ซึ่งหุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นหุ้นคุณค่า
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,955.89 ล้านบาท ปิดที่ 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,098.59 ล้านบาท ปิดที่ 233.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,649.58 ล้านบาท ปิดที่ 37.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 3,591.61 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,526.53 ล้านบาท ปิดที่ 315.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท







