
ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง 7 ราย อินไซด์หุ้น AI-AIE เรียกปรับ 111 ล้าน
ก.ล.ต. ส่งอัยการฟ้อง 7 ราย ต่อศาลแพ่ง กรณีอินไซด์หุ้น AIE-AI ก่อนงบปี 64 ออก เรียกปรับเงิน 111 ล้านบาท ห้ามเทรดและเป็นผู้บริหาร หลังไม่ยอมรับโทษทางแพ่ง พร้อมส่งเรื่องต่อให้ ปปง.
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ส่งเรื่องให้อัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 7 ราย ฐานใช้ข้อมูลภายในขายหุ้น AI และ AIE
- การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2564 ที่มีกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
- มีการเรียกค่าปรับทางแพ่งเป็นเงินรวมกว่า 111 ล้านบาท พร้อมขอให้ศาลสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 2 กรณี รวม 7 ราย กรณีขายหุ้นบริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE และบริษัท เอเชียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AI โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่น หรือช่วยเหลือให้ความสะดวกในการขายหุ้นดังกล่าว โดยใช้ข้อมูลภายใน แล้วแต่กรณี เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
ตามที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดรวม 8 ราย กรณีอาศัยข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2564 ของ AIE และ AI ซึ่งมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญก่อนการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้ผู้กระทำความผิดชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 82,897,226 บาท (กรณีหุ้น AIE จำนวน 9,175,395 บาท และกรณีหุ้น AI จำนวน 73,721,831 บาท) พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 9 เดือน – 42 เดือน แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ผู้กระทำความผิด 1 รายได้ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ส่วนผู้กระทำความผิด 7 ราย ได้แก่ (1) นายณรงค์ ธารีรัตนาวิบูลย์ (2) นายนพพล ธารีรัตนาวิบูลย์ (3) นายโกวิท ธารีรัตนาวิบูลย์ (4) นายพงศภัค ธารีรัตนาวิบูลย์ (5) นางจารุณี วรกิจจานุวัฒน์ (6) นายธนิตย์ ธารีรัตนาวิบูลย์ และ (7) นายชลสินธุ์ วรกิจจานุวัฒน์ ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ซึ่งพิจารณาได้ว่า ผู้กระทำความผิด 7 ราย ไม่ยินยอมที่จะระงับคดีในชั้น ก.ล.ต.
ดังนั้น ก.ล.ต. จึงมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องผู้กระทำความผิด 7 ราย เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง โดยให้ชำระเงิน รวมทั้งสิ้น 111,586,875.61 บาท (กรณีหุ้น AIE จำนวน 9,732,472.55 บาท และกรณีหุ้น AI จำนวน 101,854,403.06 บาท) พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ
อนึ่ง ก.ล.ต. ได้นำส่งการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542







