
SET ผันผวนหนัก! น้ำมันดิ่งกดหุ้นพลังงาน จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย-แรงขายเทคสหรัฐฯ ถ่วงตลาดโลก
สหรัฐฯ เปิดทางให้อิหร่านกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันชั่วคราว พร้อมยืนยันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงและกดดันหุ้นพลังงาน บล.ไอร่า ชี้ตลาดหุ้นไทยไร้ปัจจัยบวกใหม่ หนุนภาพการลงทุนระยะสั้นแกว่งตัวผันผวน ตามการปรับพอร์ตปิดไตรมาสของกองทุน บวกบิ๊กล็อต 2.5 หมื่นล้านบาท หุ้น GULF กดดันระยะสั้น
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ เปิดทางอิหร่านกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันชั่วคราว พร้อมยืนยันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ฉุดราคาน้ำมันร่วงกดดันหุ้นพลังงาน
- บล.ไอร่า ชี้ตลาดหุ้นไทยไร้ปัจจัยบวกใหม่ หนุนภาพการลงทุนระยะสั้นแกว่งตัวผันผวน ตามการปรับพอร์ตปิดไตรมาสของกองทุน
- บวกบิ๊กล็อต 2.5 หมื่นล้านบาท หุ้น GULF กดดันระยะสั้น
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ไอร่า คาดตลาดยังมีความผันผวน หลังสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตชั่วคราวในการเพื่อให้อิหร่านสามารถทำการผลิต, ส่งมอบ และจำหน่ายน้ำมัน ภายในระยะเวลา 60 วัน หลังเสร็จสิ้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน รวมทั้งยืนยันการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กดดันทิศทางราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอีกครั้ง พยายามทำจุดต่ำสุดใหม่ในภาพระยะสั้น คาดจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้าง อย่างไรก็ตามคาดจะส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานถ่วงตลาดได้บ้าง
GDPสหรัฐฯ-PCE-กนง. ตัวแปรชี้ทิศหุ้นไทยครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังแนะนำติดตามการรายงานตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 1/69 ครั้งที่ 3 ของสหรัฐฯ คาดจะออกมาที่ระดับ 1.6% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตัวเลขดัชนีการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน พ.ค. คาดจะออกมาที่ระดับ +0.5% จากเดือนก่อนหน้า (MoM) และ +4.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) บ่งชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง
ล่าสุด CME FEDWatch Tools บ่งชี้ตลาดคาดการณ์ FED อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 375-400 Basis Points (Bps)ในเดือน ก.ย. นี้ที่ระดับ 5.00%+/- คาดจะเป็นปัจจัยกดดัน-จำกัด Upside ของตลาดได้อยู่
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์เริ่มเห็นแรงขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ อีกครั้ง ฝ่ายวิเคราะห์คาดนโยบายทางการเงินที่มีสัญญาณตึงตัว-คุมเข้มทางการเงินมากขึ้นคาดจะเป็นปัจจัยกดดันการประเมินมูลค่า (Valuation) ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี
โดยแนะนำติดตามการรายงานผลประกอบการของ Micron Technology, Inc. (MU.US) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในคืนวันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่งจริงหรือไม่ รวมทั้ง Guidance ในระยะถัดไป
ปัจจัยภายในประเทศ ฝ่ายวิเคราะห์มองตลาดยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้าสนับสนุนคาดแนวโน้มการปรับสถานะของนักลงทุนสถาบันในช่วงการปิดไตรมาส 2/69 โดยเฉพาะการปรับน้ำหนัก DELTA ตามเกณฑ์ Capped Weight 10% คาดจะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนได้บ้างในระยะสั้น
ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำติดตามการประชุม กนง. ของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) คาดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 100 Basis Points (Bps) ต่อไป แต่ต้องติดตามมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจของไทยในระยะถัดไป รวมทั้งการรายงานตัวเลขส่งออกเดือน พ.ค. ของไทย คาดจะออกมาที่ระดับ 12.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับสูง และทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติในช่วงสัปดาห์นี้
GULF เจอบิ๊กล็อต 2.5 หมื่นล้านบาทกดดันระยะสั้น
สำหรับประเด็น Bloomberg รายงาน Singtel เสนอขาย Big Lot GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น ในกรอบราคา 58.80-60.00 บาท/หุ้น มูลค่าราว 2.5 หมื่นล้านบาท โดยราคาเสนอขายดังกล่าวมีส่วนลดจากราคาปิดเมื่อวานเพียงเล็กน้อยราว 2-4% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อยังคงแข็งแกร่ง
ภายหลังเสร็จสิ้นธุรกรรม Singtel จะยังคงเหลือหุ้น GULF อีกจำนวน 739 ล้านหุ้น ซึ่งจะติดเงื่อนไขห้ามขายเพิ่ม (Lock-up period) เป็นเวลา 90 วัน ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินธุรกรรมดังกล่าวเป็นเพียง Sentiment เชิงลบในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากบทบาทของ Singtel ใน GULF มีแนวโน้มลดลงอยู่แล้วภายหลังการควบรวมกิจการระหว่าง GULF และ INTUCH
หุ้นแนะนำ
“CNRE80” ในเชิงกลยุทธ์คาด China Northern Rare Earth (Group) High-Tech Co., Ltd. (600111.CN) เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามทางการค้าสหรัฐฯ – จีน ที่มีโอกาสกลับมาอีกครั้งในระยะถัดไป จากกำแพงภาษีมาตรา 232 ของสหรัฐฯ อาจขยายขอบเขตสินค้าเพิ่มขึ้น
ซึ่งจีนมีแนวโน้มจะใช้มาตรการจำกัดการส่งออก (Export Restrictions) โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) เพื่อตอบโต้ประเด็นดังกล่าว (ล่าสุดรัฐบาลจีนเริ่มสั่งแบนและจำกัดการส่งออกแร่ไปยังสหรัฐฯ แล้ว)
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า CNRE จะได้รับประโยชน์จากราคา Rare Earth Spot ที่มีโอกาสเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะผลักดันกำไรของ China Northern ในระยะสั้นให้เติบโตอย่างโดดเด่น
กลยุทธ์ “สะสมเล่นรอบ”
แนวรับ 2.60 / 2.56 บาท
Target 3.00 / 3.30 บาท
Stop <2.46 บาท







