posttoday
เปิดรายชื่อ 4 หุ้น แชมเปี้ยนตลาดหุ้นไทย มาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านบาท

เปิดรายชื่อ 4 หุ้น แชมเปี้ยนตลาดหุ้นไทย มาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านบาท

08 มิถุนายน 2569

เปิดโผ 4 หุ้นใหญ่ “DELTA-ADVANC-PTT-GULF” แชมเปี้ยนตลาดหุ้นไทย มาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านบาท ส่องแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 69

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยมี 4 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) เกิน 1 ล้านล้านบาท ได้แก่ DELTA, ADVANC, PTT และ GULF
  • GULF เป็นบริษัทล่าสุดที่สามารถทำมูลค่ามาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านบาทได้สำเร็จ
  • DELTA เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปสูงสุดในกลุ่มนี้ ด้วยมูลค่ากว่า 4.2 ล้านล้านบาท

ดัชนีตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน (YTD) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 322.93 จุด หรือเพิ่มขึ้น 25.64% จากสิ้นปี 2568 ปิดที่ 1,259.67 จุด มาปิดที่ 1,582.60 จุด เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา    

 

ทางด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) ณ วันที่ 5 มิ.ย.2569 อยู่ที่ 20,004,385.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4,072,446.04 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 อยู่ที่ระดับ 15,931,939.88 ล้านบาท

 

จากภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าว “โพสต์ทูเดย์” ตรวจสอบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ณ วันที่ 5 มิ.ย.2569 มีหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือ Market Capitalization (Market Cap.) ทะลุ 1 ล้านล้านบาท จำนวน 4 บริษัท 

 

โดย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เป็นบริษัทล่าสุดที่มี Market Cap. เกิน 1 ล้านล้านบาท ส่วนอีก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT 

 

เจาะข้อมูลทางการเงินรายบริษัท

 

DELTA  

 

  • Market Cap. : 4,278,518.94 ล้านบาท 
  • P/E : 150.61 เท่า
  • P/BV : 40.17 เท่า  
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2568 : 173.00 บาท
  • ราคาหุ้น ณ 5 มิ.ย.2569 : 343.00 บาท 
  • ราคาหุ้น YTD : เพิ่มขึ้น 170 บาท หรือเพิ่มขึ้น 98.27%
  • งบปี 2568 : รายได้รวม 200,819.48 ล้านบาท กำไรสุทธิ 24,814.32 ล้านบาท
  • งบไตรมาส 1/2569 : รายได้รวม 62,293.58 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,081.18 ล้านบาท

 

ADVANC

 

  • Market Cap. : 1,073,689.71 ล้านบาท 
  • P/E : 21.14 เท่า
  • P/BV : 8.91 เท่า  
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2568 : 313.00 บาท
  • ราคาหุ้น ณ 5 มิ.ย.2569 : 361.00 บาท 
  • ราคาหุ้น YTD : เพิ่มขึ้น 48 บาท หรือเพิ่มขึ้น 15.34% 
  • งบปี 2568 : รายได้รวม 226,998.24 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47,885.90 ล้านบาท
  • งบไตรมาส 1/2569 : รายได้รวม 58,361.33 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,495.51 ล้านบาท

 

PTT

 

  • Market Cap. : 1,049,690.11 ล้านบาท 
  • P/E : 11.24 เท่า
  • P/BV : 0.89 เท่า 
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2568 : 32.00 บาท
  • ราคาหุ้น ณ 5 มิ.ย.2569 : 36.75 บาท  
  • ราคาหุ้น YTD : เพิ่มขึ้น 4.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 14.84%
  • งบปี 2568 : รายได้รวม 2,707,981.66 ล้านบาท กำไรสุทธิ 90,166.37 ล้านบาท
  • งบไตรมาส 1/2569 : รายได้รวม 731,362.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 25,738.30 ล้านบาท

 

GULF

 

  • Market Cap. : 1,000,969.12 ล้านบาท
  • P/E : 11.23 เท่า
  • P/BV : 2.89 เท่า 
  • ราคาหุ้น ณ 30 ธ.ค.2568 : 41.75 บาท
  • ราคาหุ้น ณ 5 มิ.ย.2569 : 67.00 บาท 
  • ราคาหุ้น YTD : เพิ่มขึ้น 25.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 60.48%
  • งบปี 2568 : รายได้รวม 103,251.49 ล้านบาท กำไรสุทธิ 79,997.77 ล้านบาท
  • งบไตรมาส 1/2569 : รายได้รวม 39,040.59 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,116.80 ล้านบาท

 

เปิดรายชื่อ 4 หุ้น แชมเปี้ยนตลาดหุ้นไทย มาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านบาท

 

มุมมองนักวิเคราะห์ต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน 

 

DELTA กำไรปี 69-70 โตเด่น รับ Liquid Cooling เป้า 336 บาท

 

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) คาดการณ์กำไรหลักของ DELTA ในปี 2569 และปี 2570 จะเติบโตอย่างโดดเด่น 61% ที่ 37,246 ล้านบาท และเติบโต 40% ที่ 52,069 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกลุ่มพลังงานเซิร์ฟเวอร์ AI และกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ใหม่ ซึ่ง DELTA ได้เริ่มเดินสายการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) สำหรับผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling มาตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 เมื่อพิจารณาว่าโซลูชันระบายความร้อนคิดเป็นประมาณ 10% ของยอดขายของ DelTW 

 

ทั้งนี้ เชื่อว่าโซลูชัน Liquid Cooling นี้ จะสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ให้แก่ DELTA ประมาณ 5-8% ของยอดขายรวมในปี2569 ผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงถึงประมาณ 35-40% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในพอร์ตสินค้าทั้งหมดของ DELTA แม้ว่าในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ (Royalties) แต่คาดว่า DELTA จะสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเองได้ภายในปี 2570 คงคำแนะนำ “ถือ” แต่ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 336 บาท (จากเดิม 162 บาท)

 

ADVANC กำไร Q2/69 โตแกร่ง ต้นทุนลด แนะ “ซื้อ” เป้า 398 บาท

 

บล.บัวหลวง ประเมินกำไรหลักของ ADVANC ในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง YoY จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ทั้งมือถือและบรอดแบนด์, ARPU ที่สูงขึ้น และการรับรู้ผลประโยชน์เต็มไตรมาสจากต้นทุนคลื่น 2100 MHz ที่ลดลง (ADVANC ยุติการเช่าคลื่นจาก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ในเดือน ส.ค.2568 และหันมาใช้คลื่นที่ได้จากการประมูลของ กสทช. ในเดือน มิ.ย.2568) 

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณต้องระมัดระวัง โดย sentiment ผู้บริโภคในประเทศอ่อนตัวลงในเดือน มี.ค. จากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก (ผลจากสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซีย) และรายได้ธุรกิจลูกค้าองค์กรที่ไม่ใช่ในส่วนบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลดลง 8.2%QoQ สะท้อนการชะลอตัวของการใช้จ่ายด้าน IT ของภาคธุรกิจ โดยยังคงประมาณการกำไรหลักปี 2569 ไว้ที่ 56,524 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 398 บาท 

 

PTT กำไรปี 69 โต 5% พื้นฐานแกร่ง ปันผลสูง 5.8% ซื้อเป้า 41 บาท

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 2/2569 ของ PTT คาดการเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันดิบจะเริ่มสะท้อนเข้ามาในต้นทุนของธุรกิจการกลั่นและมีความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันหากสงครามคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาพรวมกำไรยังมีเสถียรภาพจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับดี นอกจากนี้ ธุรกิจก๊าซมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ก๊าซช่วงฤดูร้อนและราคาขายสูงขึ้น

 

คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 94,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%YoY หนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย, กำหนดการปิดซ่อมบำรุงลดลง, การเพิ่มประสิทธิภาพลดค่าใช้จ่าย, การปรับโครงสร้างต้นทุนก๊าซ, การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

 

ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 41 บาท จากผลประกอบการมั่นคง, Valuation ไม่แพงซื้อขายบน PBV ที่ 0.9 เท่าใกล้เคียง -1SD, ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจด้วย Dividend Yield สูง 5.8% โดยราคาปัจจุบันมี Upside Gain รวมเงินปันผลสูงกว่า 15%

 

GULF ลุ้นกำไร Q2/69 นิวไฮ แนะ “ซื้อ” เป้า 91 บาท

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 ของ GULF มีโอกาสสูงที่จะทำกำไร New high ได้ต่อจากการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโครงการ Pak Lay ใน สปป. ลาว ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้า IPP คาดว่าจะมีการเรียกใช้ไฟเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ตามภาวะอากาศ และต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น

 

มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ GULF โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความคาดหวังกำลังการผลิตใหม่ที่จะได้จาก PDP ฉบับใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีฐานทุนขนาดใหญ่ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 380,000 ล้านบาท และ IBD/E ต่ำเพียง 0.91 เท่า จึงมีศักยภาพในการลงทุนได้อีกมาก คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 91 บาท

ข่าวล่าสุด

สุดารัตน์จี้รัฐ ตัดเกณฑ์ลดหย่อนภาษีบัตรสวัสดิการฯ ซ้ำเติมกลุ่มเปราะบาง

สุดารัตน์จี้รัฐ ตัดเกณฑ์ลดหย่อนภาษีบัตรสวัสดิการฯ ซ้ำเติมกลุ่มเปราะบาง