
เจาะกลยุทธ์ KTX ปรับโครงสร้างธุรกิจ ปักธงรายได้ปีนี้ 1,300 ล้าน
กางกลยุทธ์ KTX ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ สู่มิติใหม่แห่งการลงทุนระดับเอเชีย วางเป้ารายได้ปีนี้ 1,300 ล้านบาท ลุย DW18 เชื่อม 7 ดัชนีเอเชีย
KEY
POINTS
- KTX ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 1,300 ล้านบาท โดยปรับโครงสร้างรายได้ให้ธุรกิจนายหน้าและไม่ใช่นายหน้ามีสัดส่วนเท่ากันที่ 50:50
- รุกธุรกิจที่ไม่ใช่นายหน้า (Non-brokerage) ผ่าน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ DW, Structured Products, ตราสารหนี้ และตัวแทนขายกองทุนรวม
- ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการลงทุนต่างประเทศด้วยการเปิดตัว DW18 ที่อ้างอิงดัชนีในเอเชียเป็นครั้งแรกในไทย พร้อมตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาด DR ที่ 30%
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายใต้การนำของ ม.ล. ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีการวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อยกระดับองค์กรสู่การเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างครบวงจร มุ่งเน้นการขยายขอบเขตการลงทุนสู่ระดับภูมิภาคและการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ผนึกกำลังใน Ecosystem ของผู้ถือหุ้นใหญ่
ม.ล. ทองมกุฎ ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTX ระบุว่า ความแข็งแกร่งของ KTX ส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ทรงพลังอย่าง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งมีฐานลูกค้าและเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และ บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ XPG ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการเงิน โดยในปีนี้ KTX จะทำงานร่วมกับทั้ง 2 ผู้ถือหุ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งต่อลูกค้าในระบบนิเวศ (Ecosystem) และร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจนักลงทุนยุคใหม่มากที่สุด
ปรับโครงสร้างรายได้สู่สมดุลใหม่
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในปี 2569 คือการตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 1,300 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อน ความน่าสนใจอยู่ที่การปรับสัดส่วนโครงสร้างรายได้ขนานใหญ่ โดย KTX ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่นายหน้า (Non-brokerage) ขึ้นมาเป็น 50% จากเดิม 40% และลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ (Brokerage) เป็น 50% จากเดิม 60% เพื่อให้รายได้ทั้ง 2 ส่วน มีสัดส่วนเท่ากันที่ 50 : 50
ในส่วนของรายได้ Non-brokerage จะเพิ่มขึ้นมาจาก 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่
1.ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivatives Warrants – DW) เปิดโอกาสการลงทุนสู่ดัชนีชั้นนำของเอเชีย พร้อมเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นในการลงทุน
2.ผลิตภัณฑ์ Structured Products ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการความซับซ้อนด้านการลงทุนมากขึ้น
3.ตราสารหนี้ และ Bond Connect ขยายโอกาสการลงทุนที่กว้างขึ้น
4.ตัวแทนขายกองทุนรวม เพื่อเพิ่มทางเลือกผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าอย่างครบถ้วน
ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในตลาด DR
แม้จะรุกธุรกิจ Non-brokerage อย่างหนัก แต่ในส่วนของธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ KTX ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเป็นผู้นำในตลาดตราสารแสดงสิทธิการลงทุนหุ้นต่างประเทศ (DR) ซึ่ง KTX ตั้งเป้าหมายจะครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในผลิตภัณฑ์นี้สูงถึง 30% ภายในปี 2569 เพื่อรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาด DR ไว้ให้ได้อย่างมั่นคง
DW18 นวัตกรรมเชื่อมโยงตลาดเอเชียรายแรกในไทย
ล่าสุด KTX ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างประเทศด้วยการเปิดตัว DW18 ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการออก DW อ้างอิงดัชนีสำคัญในเอเชียครอบคลุมถึง 7 ดัชนีหลัก ได้แก่ HSI, HSCEI, HSTECH, NIKKEI 225, VN30 รวมถึงการเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่นำดัชนีจากเกาหลีใต้อย่าง KOSPI200 และ KOSDAQ150 มาเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียได้โดยตรงผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทยและระบบ Streaming ที่คุ้นเคย ซึ่งถือเป็นการทลายข้อจำกัดด้านความยากลำบากในการลงทุนต่างประเทศในอดีต
Investment Hub แพลตฟอร์มความรู้และเครื่องมืออัจฉริยะ
นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แล้ว KTX ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการด้านข้อมูลและบทวิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์ม KTXInvestMe ซึ่งเป็นศูนย์กลาง (Investment Hub) สำหรับนักลงทุน DW โดยเฉพาะ แพลตฟอร์มนี้มาพร้อมกับเครื่องมือจาก TradingView และคอนเทนต์ความรู้ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การปรับตัวของ KTX ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การตั้งเป้าหมายรายได้ที่สูงขึ้น แต่เป็นการ Transformation สู่การเป็นบริษัทหลักทรัพย์ยุคใหม่ที่เชื่อมโยงโลกการลงทุนเข้าด้วยกัน การนำเสนอนวัตกรรมอย่าง DW18 และการรักษาสมดุลของรายได้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ KTX สามารถยืนหยัดและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ในระดับภูมิภาค







