
พายุสงบ! CPALL ปลดล็อก Overhang หลังผู้ถือหุ้น “ไม่อนุมัติ” ปรับโครงสร้างธุรกิจ
CPALL ปลดล็อก Overhang หลังมติผู้ถือหุ้น 96.4% ไม่อนุมัติแผนโอน 3 บริษัทย่อยเข้าไปอยู่ Virtual Bank ช่วยรักษาฐานกำไรเดิม หนุนกำไรปี 69 โต 16% โดดเด่นสุดในกลุ่ม แนะ “ซื้อ” เป้า 59 บาท
KEY
POINTS
- ผู้ถือหุ้น CPALL มีมติท่วมท้น 96.4% "ไม่อนุมัติ" แผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการโอน 3 บริษัทย่อยเข้าร่วมธุรกิจ Virtual Bank
- ส่งผลให้ CPALL ยังคงดำเนินงานและรับรู้ผลกำไรจาก 3 บริษัทย่อยหลัก (เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด, ซีพี แอ็กซ์ตร้า) ตามปกติ
- มติดังกล่าวช่วยปลดล็อก Overhang ที่ส่งผลลบต่อราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่แน่นอนของแผนธุรกิจ ช่วยรักษาฐานกำไรเดิม หนุนกำไรปี 69 โต 16% แตะ 3.3 หมื่นล้านบาท โดดเด่นสุดในกลุ่ม แนะ “ซื้อ” เป้า 59 บาท
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ หรือ CPALL ตกอยู่ภายใต้สภาวะความกดดันหรือ “Overhang” ที่ราคาหุ้นไปไหนได้ไม่ไกล เนื่องจากความไม่แน่นอนในทิศทางการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการรุกเข้าสู่ธุรกิจ Virtual Bank ของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CP Group)
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญได้เกิดขึ้นเมื่อเสียงส่วนใหญ่ของผู้ถือหุ้นสะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการรักษาผลประโยชน์ของบริษัทไว้เป็นอันดับแรก
บทสรุปแห่งความกังวล มติ 96.4% สยบความเสี่ยง
ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ CPALL ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ถือหุ้นจำนวนถึง 96.4% มีมติ “ไม่อนุมัติ” แผนการโอนย้าย 3 บริษัทย่อยของ CPALL เข้าไปร่วมในธุรกิจ Virtual Bank ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH)
3 บริษัทย่อย ประกอบด้วย
- เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service): จุดรับชำระเงินที่เป็นหัวใจของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
- ไทยสมาร์ทคาร์ด (Thai Smart Card): ผู้ดูแลฐานข้อมูลบัตร ALL Member
- ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT): ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกขนาดใหญ่อย่างแม็คโครและโลตัส
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน CPALL มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Overhang ที่จบลง หลังผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัติแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่วนการขยายระยะเวลาจำหน่ายแอลกอฮอลที่มีผลตั้งแต่ 29 พ.ค.2569 จะสนับสนุน SSS และมาร์จิ้น ขณะที่ Valuation มีความน่าสนใจที่ PE 13.8 เท่า ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ 15 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.75 บาท
รักษาฐานกำไรเดิม เติบโตมั่นคง
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การที่ผู้ถือหุ้นโหวตไม่ให้ทั้ง 3 บริษัทย่อยไปรวมในกลุ่ม Virtual bank แม้เป็นสิ่งที่อยู่ในความคาดหมายของฝ่ายวิจัยฯ และตลาด แต่ก็ถือเป็นปัจจัยบวกต่อ CPALL เพราะจะไม่ทำให้การดำเนินงานใด ๆ ของ CPALL เปลี่ยนแปลงไป โดยจะยังรับรู้ผลการดำเนินงานของทั้ง 3 บริษัทย่อย ตามปกติ
โดยในปี 2568 ทั้ง 3 บริษัท สร้างกำไรให้ CPALL รวมกันราว 6,800 ล้านบาท แบ่งเป็น
- CPAXT: สร้างกำไรประมาณ 5,600 ล้านบาท
- Counter Service และ Thai Smart Card: สร้างกำไรรวมกันประมาณ 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากมติในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น CPALL เปลี่ยนแปลง ทำให้ยังคงประมาณการกำไรสำหรับปี 2569 ของ CPALL ไว้ตามเดิมที่ราว 3.3 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16% YoY) และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 59.00 บาท (อิง PER ที่ 16.3เท่า, -1.0 S.D)
ดังนั้น คงคำแนะนำ “Buy” สำหรับ CPALL เนื่องจาก 1) คาดว่าจะเป็นหุ้นที่มีกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Stapple) ด้วยกัน 2) ราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับหุ้น Consumer Stapple อื่น ๆ อย่าง CRC และ CPAXT ซึ่งซื้อขายด้วย PER ราว 15 เท่า โดยปัจจุบันหุ้น CPALL ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 เพียง 13 เท่า ส่วน BJC ซื้อขายด้วย PER 12.8 เท่า แต่คาด CPALL จะมีการเติบโตของกำไรในปี 2569 ที่โตดีสุด







