
SET นิวไฮรอบ 18 เดือน! เงินหมุนเข้า "ค้าปลีก" บัวหลวงแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุน
ดัชนีหุ้นไทยกลับมาสดใส ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 18 เดือน แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ตลาดขึ้นไม่เท่ากันทุกกลุ่มส่งผลให้เกมลงทุนรอบนี้อาจไม่ใช่แค่ซื้อแล้วถือทั้งตลาด แต่ต้องเลือกกลุ่มที่ได้อานิสงส์จริง
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยกลับมาสดใส ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 18 เดือน
- แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ตลาดขึ้นไม่เท่ากันทุกกลุ่มส่งผลให้เกมลงทุนรอบนี้อาจไม่ใช่แค่ซื้อแล้วถือทั้งตลาด
- แต่ต้องเลือกกลุ่มที่ได้อานิสงส์จริง
แม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 18 เดือน แต่ราคาหุ้นรายกลุ่มเคลื่อนไหวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่ายังคงชอบกลุ่มเดิมที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มน้ำหนักกลุ่มค้าปลีกจากสัญญาณการหมุนเงินและปัจจัยบริโภคในประเทศที่เริ่มฟื้น
ตลาดขึ้นแรง แต่ผลตอบแทนกระจายไม่เท่ากัน
การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบประมาณ 18 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเชิงรายกลุ่ม พบว่าราคาหุ้นไม่ได้ปรับขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน บางกลุ่มปรับขึ้นเหนือดัชนีไปมากแล้ว
ขณะที่อีกหลายกลุ่มยังเคลื่อนไหวตามหลังตลาด สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกลงทุนเป็นรายกลุ่ม มากกว่าการลงทุนตามดัชนีโดยรวม
ยังคงชอบกลุ่มที่เคยแนะนำเพิ่มน้ำหนัก
ในเชิงกลยุทธ์ ทีมยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกกับกลุ่มที่เคยแนะนำเพิ่มน้ำหนักไปแล้ว ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มพลังงานหมุนเวียน กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง
เนื่องจากยังมีปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตในระยะกลางรองรับ แม้ว่าราคาหุ้นบางส่วนจะปรับขึ้นมาแล้วก็ตาม
เพิ่มกลุ่มเด่นรอบนี้ “ค้าปลีก”
สำหรับรอบ Sector Rotation ล่าสุด ทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวงเลือกเพิ่มน้ำหนักกลุ่มค้าปลีก หรือปรับมุมมองเป็นแนวโน้มขาขึ้น หลังจากราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวตามหลังตลาดมาเป็นระยะเวลานาน และเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ
ในเชิงพอร์ตการลงทุน ทีมมีหุ้นแนะนำในกลุ่มนี้อยู่แล้ว ได้แก่ CPALL และ MRDIYT ซึ่งมีจุดแข็งด้านเครือข่ายสาขา และได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัว
กลุ่มที่ยังไม่เพิ่มน้ำหนัก
ขณะที่กลุ่มที่เคยแนะนำให้หมุนออกก่อนหน้า เช่น กลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมี ทีมยังคงมุมมองต่ำกว่าตลาด เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยใหม่ที่ชัดเจนพอจะหนุนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
ส่วนกลุ่มที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาตามคาด เช่น กลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร ทีมให้มุมมองเป็นกลาง หรือให้น้ำหนักเท่ากับตลาด โดยประเมินว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว แต่ยังต้องติดตามปัจจัยบวกใหม่อย่างใกล้ชิด
มุมมองเชิงกลยุทธ์
มองว่าการลงทุนในช่วงนี้ควรเน้นการคัดเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับจังหวะ Sector Rotation มากกว่าการลงทุนตามดัชนี โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่ราคายังไม่สะท้อนปัจจัยบวกเต็มที่ ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงด้านขาลงอย่างรอบคอบ
ผลตอบแทนย้อนหลังของดัชนี SET เทียบกับดัชนีหลักรายอุตสาหกรรม
ที่มา : บทวิเคราะห์ Tactical Plays: Sectors Rotation ฉบับวันที่ 18 พฤษภาคม 2569







