
CPALL ไตรมาส 2/69 แรงไม่หยุด! สงกรานต์ปลุกยอดขายเดลิเวอรี่-ลุยเปิดสาขาใหญ่ทั่วไทย
CPALL โชว์โมเมนตัมธุรกิจไตรมาส 2/2569 ร้อนแรง สงกรานต์ดันทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายคึกคัก ส่ง "7-Eleven Delivery"โตแรง ยอดซื้อต่อบิลสูงกว่าหน้าร้าน บวกยอดขายอาหารพร้อมทาน-เครื่องดื่มหน้าร้อนขายดีทั่วไทย พร้อมอัดงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เปิดสาขาใหญ่มีที่จอดรถ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้แรงถ่วงต้นทุนน้ำมันและค่าไฟพุ่งกดดัน
KEY
POINTS
- CPALL โชว์โมเมนตัมธุรกิจไตรมาส 2/2569 ร้อนแรง สงกรานต์ดันทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายคึกคัก
- ส่ง "7-Eleven Delivery"โตแรง ยอดซื้อต่อบิลสูงกว่าหน้าร้าน บวกยอดขายอาหารพร้อมทาน-เครื่องดื่มหน้าร้อนขายดีทั่วไทย
- พร้อมอัดงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เปิดสาขาใหญ่มีที่จอดรถ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้แรงถ่วงต้นทุนน้ำมันและค่าไฟพุ่งกดดัน
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL" ปิดการซื้อขายเช้านี้ (14 พ.ค.69) อยู่ที่ 46.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท คิดเป็น +6.29% มูลค่าการซื้อขาย 4,047.56 ล้านบาท โดยราคาขึ้นสูงสุด 46.50 บาท และลดลงต่ำสุด 45.25 บาท
คาดตอบรับกำไรไตรมาส 1/2569 แตะระดับ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.8% แตะระดับ 267,672 ล้านบาท
นางสาวปัณฑารีย์ นันทนาคม Investor Relations General Manager บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เผยในงานนำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงาน (Earnings Call) ไตรมาส 1/2569 ให้มุมมองแนวโน้มไตรมาส 2/2569 และตลอดปี 2569 ว่า แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/69 ยังคงเห็นเทรนด์ที่เป็นบวกต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69
โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวและการเดินทางจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลดีต่อยอดขายของร้านสาขาอย่างชัดเจน และโมเมนตัมนี้ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนพฤษภาคม
กลยุทธ์ขับเคลื่อนหลักสนับสนุนการเติบโตในไตรมาส 2/69 และตลอดทั้งปี 69 คือ การเพิ่มทั้งจำนวนลูกค้าและยอดซื้อต่อบิล ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะ "7-Eleven Delivery" ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม โดยมียอดซื้อต่อบิลสูงกว่าการขายหน้าร้าน (Offline)
ต่อมาคือ "สินค้ากลุ่มอาหาร" เน้นกลุ่ม Ready to Eat ที่ทานง่ายและทันสมัย เช่น หมูทอดบูลโกกิ และโอนิกิริ รวมถึงการทำสินค้า Collab เช่น สลัดปูอัดร่วมกับ Sizzler
รวมถึง "กลุ่มเครื่องดื่มรับหน้าร้อน" อากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้เมนูกาแฟเย็นและเครื่องดื่มในตู้แช่ขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าสุขภาพ เช่น โปรตีนเชค และน้ำด่าง ที่กำลังเติบโต
ต้นทุนค่าไฟ-น้ำมันกดดัน
แม้ภาพรวมรายได้จะดูดี แต่ในไตรมาส 2/69 ยังมีความท้าทายสูงในด้านค่าใช้จ่าย (SG&A) โดยเฉพาะราคาค่าน้ำมันที่เริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่เดือนเมษายน และค่าไฟฟ้าที่มีการปรับตัวขึ้น
ซึ่งบริษัทได้เร่งบริหารจัดการต้นทุนภายใน ทั้งการปรับปรุงเส้นทางขนส่ง (Root Optimization) และใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดการใช้น้ำมัน, มาตรการประหยัดไฟ เช่น การปิดป้ายไฟแถบสีข้างร้านในช่วงกลางคืน และการเปิดไฟสลับแถวในบางสาขา
อัดฉีด 1.2-1.3 หมื่นล้านเปิดสาขาใหม่
บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ประมาณ 12,000 - 13,600 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาในรูปแบบ Standalone ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีที่จอดรถ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ขับรถมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งร้านขนาดใหญ่เหล่านี้ยังช่วยให้วางสินค้าได้หลากหลายและจัดการระบบซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังใช้ในการขยายและปรับปรุงสาขาเดิมราว 700 สาขา, ศูนย์กระจายสินค้า และระบบไอทีหลังบ้าน
ยอดขายโตตาม GDP
อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในปีนี้ให้สอดคล้องกับตัวเลข GDP ของประเทศที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1.5% โดยมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนลูกค้าและยอดซื้อต่อบิลผ่านนำเสนอสินค้าใหม่ๆและโปรโมชั่น เช่น ซื้อคู่ถูกกว่าเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
ขณะที่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 0.10-0.20% แบบ Year on Year ผ่านการบริหารจัดการสินค้าตอบโจทย์ลูกค้า
ชะลอแผนลุยกัมพูชา
ส่วนสถานการณ์ธุรกิจในกัมพูชานั้น ปัจจุบันบริษัทชะลอการขยายสาขาในกัมพูชา และมีแนวโน้มจะทยอยปิดสาขาที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งนี้ธุรกิจในกัมพูชามีจำนวนสาขาน้อยกว่า 1% ของสาขาทั้งหมดในไทย จึงไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงินรวม
อวดกำไร Q1/69 พุ่ง 20%
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นร้อยละ 20 ผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าและบริการของทุกกลุ่มธุรกิจ
รายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.8 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จากปีก่อนหน้า ผลจากรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ, ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 139 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 16,084 สาขา แบ่งเป็น
- ร้านสาขาบริษัท จำนวน 8,289 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 51) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 95 สาขา
- ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต จำนวน 7,795 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 49) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 44 สาขา
ร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งประมาณร้อยละ 86 ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.







