posttoday
CPALL ไตรมาส 2/69 แรงไม่หยุด! สงกรานต์ปลุกยอดขายเดลิเวอรี่-ลุยเปิดสาขาใหญ่ทั่วไทย

CPALL ไตรมาส 2/69 แรงไม่หยุด! สงกรานต์ปลุกยอดขายเดลิเวอรี่-ลุยเปิดสาขาใหญ่ทั่วไทย

14 พฤษภาคม 2569

CPALL โชว์โมเมนตัมธุรกิจไตรมาส 2/2569 ร้อนแรง สงกรานต์ดันทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายคึกคัก ส่ง "7-Eleven Delivery"โตแรง ยอดซื้อต่อบิลสูงกว่าหน้าร้าน บวกยอดขายอาหารพร้อมทาน-เครื่องดื่มหน้าร้อนขายดีทั่วไทย พร้อมอัดงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เปิดสาขาใหญ่มีที่จอดรถ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้แรงถ่วงต้นทุนน้ำมันและค่าไฟพุ่งกดดัน

KEY

POINTS

  • CPALL โชว์โมเมนตัมธุรกิจไตรมาส 2/2569 ร้อนแรง สงกรานต์ดันทราฟฟิกนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายคึกคัก
  • ส่ง "7-Eleven Delivery"โตแรง ยอดซื้อต่อบิลสูงกว่าหน้าร้าน บวกยอดขายอาหารพร้อมทาน-เครื่องดื่มหน้าร้อนขายดีทั่วไทย
  • พร้อมอัดงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เปิดสาขาใหญ่มีที่จอดรถ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้แรงถ่วงต้นทุนน้ำมันและค่าไฟพุ่งกดดัน

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL" ปิดการซื้อขายเช้านี้ (14 พ.ค.69) อยู่ที่ 46.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท คิดเป็น +6.29% มูลค่าการซื้อขาย 4,047.56 ล้านบาท โดยราคาขึ้นสูงสุด 46.50 บาท และลดลงต่ำสุด 45.25 บาท

คาดตอบรับกำไรไตรมาส 1/2569 แตะระดับ 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.8% แตะระดับ 267,672 ล้านบาท

ภาพ CPALL

นางสาวปัณฑารีย์ นันทนาคม Investor Relations General Manager บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เผยในงานนำเสนอข้อมูลธุรกิจและผลการดำเนินงาน (Earnings Call) ไตรมาส 1/2569 ให้มุมมองแนวโน้มไตรมาส 2/2569 และตลอดปี 2569 ว่า แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/69 ยังคงเห็นเทรนด์ที่เป็นบวกต่อเนื่องจากไตรมาส 1/69

โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวและการเดินทางจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลดีต่อยอดขายของร้านสาขาอย่างชัดเจน และโมเมนตัมนี้ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนพฤษภาคม

กลยุทธ์ขับเคลื่อนหลักสนับสนุนการเติบโตในไตรมาส 2/69 และตลอดทั้งปี 69 คือ การเพิ่มทั้งจำนวนลูกค้าและยอดซื้อต่อบิล ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะ "7-Eleven Delivery" ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม โดยมียอดซื้อต่อบิลสูงกว่าการขายหน้าร้าน (Offline)

ต่อมาคือ "สินค้ากลุ่มอาหาร" เน้นกลุ่ม Ready to Eat ที่ทานง่ายและทันสมัย เช่น หมูทอดบูลโกกิ และโอนิกิริ รวมถึงการทำสินค้า Collab เช่น สลัดปูอัดร่วมกับ Sizzler

รวมถึง "กลุ่มเครื่องดื่มรับหน้าร้อน" อากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้เมนูกาแฟเย็นและเครื่องดื่มในตู้แช่ขายดีมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าสุขภาพ เช่น โปรตีนเชค และน้ำด่าง ที่กำลังเติบโต

ต้นทุนค่าไฟ-น้ำมันกดดัน

แม้ภาพรวมรายได้จะดูดี แต่ในไตรมาส 2/69 ยังมีความท้าทายสูงในด้านค่าใช้จ่าย (SG&A) โดยเฉพาะราคาค่าน้ำมันที่เริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่เดือนเมษายน และค่าไฟฟ้าที่มีการปรับตัวขึ้น

ซึ่งบริษัทได้เร่งบริหารจัดการต้นทุนภายใน ทั้งการปรับปรุงเส้นทางขนส่ง (Root Optimization) และใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อลดการใช้น้ำมัน, มาตรการประหยัดไฟ เช่น การปิดป้ายไฟแถบสีข้างร้านในช่วงกลางคืน และการเปิดไฟสลับแถวในบางสาขา

อัดฉีด 1.2-1.3 หมื่นล้านเปิดสาขาใหม่

บริษัทตั้งงบลงทุนในปีนี้ประมาณ 12,000 - 13,600 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาในรูปแบบ Standalone ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีที่จอดรถ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ขับรถมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งร้านขนาดใหญ่เหล่านี้ยังช่วยให้วางสินค้าได้หลากหลายและจัดการระบบซ่อมบำรุงได้ง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังใช้ในการขยายและปรับปรุงสาขาเดิมราว 700 สาขา, ศูนย์กระจายสินค้า และระบบไอทีหลังบ้าน

ยอดขายโตตาม GDP

อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในปีนี้ให้สอดคล้องกับตัวเลข GDP ของประเทศที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1.5% โดยมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนลูกค้าและยอดซื้อต่อบิลผ่านนำเสนอสินค้าใหม่ๆและโปรโมชั่น เช่น ซื้อคู่ถูกกว่าเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ 

ขณะที่การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย 0.10-0.20% แบบ Year on Year ผ่านการบริหารจัดการสินค้าตอบโจทย์ลูกค้า

ชะลอแผนลุยกัมพูชา

ส่วนสถานการณ์ธุรกิจในกัมพูชานั้น ปัจจุบันบริษัทชะลอการขยายสาขาในกัมพูชา และมีแนวโน้มจะทยอยปิดสาขาที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้า ทั้งนี้ธุรกิจในกัมพูชามีจำนวนสาขาน้อยกว่า 1% ของสาขาทั้งหมดในไทย จึงไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงินรวม

ภาพ CPALL

อวดกำไร Q1/69 พุ่ง 20% 

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 9,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นร้อยละ 20 ผลจากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าและบริการของทุกกลุ่มธุรกิจ

รายได้รวมในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 267,672 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.8 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 259,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จากปีก่อนหน้า ผลจากรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ, ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า รวมถึงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 139 สาขา ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 16,084 สาขา แบ่งเป็น

  • ร้านสาขาบริษัท จำนวน 8,289 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 51) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 95 สาขา
  • ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต จำนวน 7,795 สาขา (ประมาณ ร้อยละ 49) ร้านเปิดใหม่สุทธิ 44 สาขา 

ร้านสาขาส่วนใหญ่ยังเป็นร้านที่ตั้งเป็นเอกเทศ ซึ่งประมาณร้อยละ 86 ของสาขาทั้งหมด และส่วนที่เหลือเป็นร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

ภาพ CPALL

ข่าวล่าสุด

Claude เปิดตัว ทนาย AI สำหรับให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยเฉพาะ

Claude เปิดตัว ทนาย AI สำหรับให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยเฉพาะ