
จับตา 5 ปัจจัยกดดันหุ้นไทย แนะสอย “หุ้นเปิดเมือง-หุ้นปันผล” สู้ผันผวน
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลางไม่จบ-เงินเฟ้อสหรัฐฯ-MSCI Rebalance-ทรัมป์ พบ สี จิ้นผิง-การเมืองในประเทศปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แนะกลยุทธ์สะสมหุ้นเปิดเมืองและปันผลสูงสู้ความผันผวน
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจาก 5 ปัจจัยเสี่ยง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อสหรัฐฯ การปรับดัชนี MSCI ทรัมป์ พบ สี จิ้นผิง และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ
- ปัจจัยการเมืองในประเทศที่น่ากังวลคือกรณีฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งอาจกระทบเสถียรภาพรัฐบาล
- นักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์ลงทุนในช่วงตลาดผันผวนให้ทยอยสะสม "หุ้นกลุ่มเปิดเมือง" และ "หุ้นปันผล" เพื่อลดความเสี่ยง
ในสัปดาห์นี้ สถานการณ์โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงมาบรรจบกับความไม่แน่นอนทางการเงินระดับมหภาค ส่งผลให้เกิดความท้าทายที่ซับซ้อนทั้งในระดับสากลและระดับประเทศที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่เจือจาง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพจากอิหร่านอย่างสิ้นเชิง โดยอิหร่านเสนอที่จะเจือจางแร่ยูเรเนียมบางส่วนและส่งไปยังประเทศที่สาม แต่ยืนกรานว่าจะไม่มีการรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์ ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้โอกาสในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงริบหรี่ลง
แรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐ (CPI) ในมิติของเศรษฐกิจโลก ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ประจำเดือนเมษายน เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ตลาดให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีการคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นถึง +3.7% YoY ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ +3.3% ในเดือนก่อนหน้า สภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงนี้อาจส่งผลต่อนโยบายทางการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก
ติดตาม MSCI Rebalance การทบทวนน้ำหนักการลงทุนในดัชนี MSCI (MSCI Rebalance) ที่ต้องติดตามว่าตลาดหุ้นไทยจะถูกปรับลดน้ำหนักลงหรือไม่
ทรัมป์ พบ สี จิ้นผิง หวังเจรจาปมสงครามอิหร่านและการค้า การพบกันของประธานาธิบดีโอนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เป้าหมายหลักรอบนี้คือทรัมป์ตั้งใจจะไปกดดันให้จีนเปลี่ยนท่าทีต่ออิหร่าน เนื่องจากจีนถือเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็จะมีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและการลงทุน รวมถึงคาดหวังว่าจะมีการเจรจาซื้อขายสินค้าเกษตรและพลังงานลอตใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วย
ฝ่ายค้าน ยื่นศาล รธน. ตีความ พ.ร.ก. กู้ 4 แสนล้าน ฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ด้วยเหตุกู้เงินก้อนนี้ ไม่จำเป็นเร่งด่วน และไม่เข้าเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจที่ต้องตรากฎหมายเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ซึ่งต้องจับตาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคำร้องลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักถูกรับไว้วินิจฉัย เสี่ยงสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพการเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้
กลยุทธ์การลงทุนในสภาวะความไม่แน่นอน
ภายใต้ความผันผวนที่เกิดขึ้นรอบด้าน กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม บล.เอเซีย พลัส แนะนำการปรับพอร์ตเพื่อรับมือกับความเสี่ยง โดยเน้นการ “ขายทำกำไร” ในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ และหันมา “ทยอยสะสม” หุ้นในกลุ่มเปิดเมือง ได้แก่ BDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล ได้แก่ KTB, BBL, KBANK







