posttoday

จับตา “หมอเส” กลับมากู้ชีพ MASTER หลัง “ลภัสรดา เลิศภานุโรจ” ลาออก CEO

21 เมษายน 2569

จุดเปลี่ยนสำคัญของ MASTER “ลภัสรดา เลิศภานุโรจ” ลาออก CEO บอร์ดตั้ง “หมอเส-นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล” นั่งรักษาการ CEO มีผล 1 พ.ค.นี้

KEY

POINTS

  • นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ MASTER โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569
  • คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งให้ นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล หรือ "หมอเส" ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง เข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทกำลังเผชิญความท้าทายจากผลประกอบการและราคาหุ้นที่ลดลงอย่างหนัก โดยคาดหวังให้ "หมอเส" เข้ามากอบกู้สถานการณ์และฟื้นฟูความเชื่อมั่น

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้ง หลังจากมีการประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงอย่างกะทันหัน ท่ามกลางสภาวะผลการดำเนินงานและราคาหุ้นที่เผชิญกับความท้าทายในช่วงปีที่ผ่านมา

การกลับมาของ “หมอเส” หลัง “ลภัสรดา เลิศภานุโรจ” ลาออก CEO 

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท MASTER ได้มีมติอนุมัติการลาออกของ นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ จากทุกตำแหน่งสำคัญ รวมถึงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป การลาออกครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากบทบาทผู้บริหารที่ร่วมหัวจมท้ายกับบริษัทมาอย่างยาวนาน

นางสาวลภัสรดา เข้าร่วมงานกับ MASTER ตั้งแต่ปี 2563 ในตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเป็นหัวเรือใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จนสำเร็จ โดยนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ก่อนจะขยับขึ้นมารับตำแหน่ง CEO ต่อจาก นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล หรือ “หมอเส” ในปี 2567 และประสบความสำเร็จในการนำบริษัทย้ายเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567

ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คณะกรรมการได้แต่งตั้งให้ นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ดำรงตำแหน่ง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อกุมบังเหียนธุรกิจในช่วงรอยต่อที่สำคัญนี้

ย้อนรอยผลการดำเนินงาน 5 ปี  รุ่งโรจน์สู่โรยรา

หากพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปี (2564-2568) จะเห็นภาพวงจรการเติบโตและการชะลอตัวที่ชัดเจน 

  • ช่วงการเติบโตก้าวกระโดด (2564-2567): MASTER มีกำไรสุทธิไต่ระดับจาก 162.80 ล้านบาท ในปี 2564 ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 507.75 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่รายได้รวมเติบโตจาก 690.16 ล้านบาท สู่ 2,162.66 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ช่วงเผชิญมรสุม (2568): ในปี 2568 ผลการดำเนินงานกลับส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างรุนแรง โดยกำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 198.00 ล้านบาท จากเดิมที่เคยทำได้กว่า 500 ล้านบาท และรายได้รวมก็ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1,903.66 ล้านบาท

ราคาหุ้นสะท้อนความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน

ความผันผวนของผลการดำเนินงานสะท้อนออกมาผ่านราคาหุ้นอย่างรุนแรง หุ้น MASTER เคยเป็นหุ้นขวัญใจนักลงทุนด้วยการเปิดตัววันแรกที่ 62.25 บาท (จากราคา IPO 46.00 บาท) และพุ่งขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 74.00 บาท เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการดำเนินงานเริ่มส่งสัญญาณไม่สู้ดี ราคาหุ้นได้ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจนทำราคาต่ำสุดประวัติการณ์ที่ 7.15 บาท เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งคิดเป็นการลดลงมากกว่า 90% จากจุดสูงสุด

การกลับมาของ “หมอเส” ในตำแหน่งรักษาการ CEO เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ MASTER ต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ ทั้งในด้านการฟื้นฟูผลกำไรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมา หลังจากที่ราคาหุ้นและผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดในปี 2568 

การปรับกลยุทธ์ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งอีกครั้งจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่า MASTER จะสามารถกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ปรับเกมส่งออก ดันไทยสู่ยุค “ขายแพง ” ปั้นสินค้าเกษตรพรีเมียม