SET แกว่งไซด์เวย์ จับตาสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ในอีก 24 ชม.
InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์ จับตาการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งคาดหวังข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดลงในเช้าวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาไทย) อาจขยายออกไป กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GPSC และ HANA
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways ในกรอบ ตลาดคาดหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งคาดหวังข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดลงในเช้าวันพรุ่งนี้ (ตามเวลาไทย) อาจขยายออกไป ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัว ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยลดความเสี่ยงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ทางด้านการประชุม ครม.วันนี้ พิจารณาการจัดทำงบประมาณฯ ปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ทางเทคนิค ดัชนีแกว่งตัวใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากยืน 1,470 จุด ได้ น่าจะชะลอการลงช่วงสั้น
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสียงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรตัดสินในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน) เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะ เฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพานิชย์ (BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจายืมเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สิ้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น อย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรตกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยถึงจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพานิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) ปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อค่าให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความ ต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield และราคา LNG ที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงผ่านการใช้ถ่านหินทดแทน, การเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่กำลังหมดอายุสัญญา และคาดรัฐบาลจะขยายอายุ PPA ออกไป 10-15 ปี, การลงทุนใน Data Center และการทำ Asset Monetization ของ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.00 บาท
HANA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, กระแสการลงทุนใน Al และ Sentiment เชิงบวกจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ ต่างประเทศ คาดว่าบริษัทจะ New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้กับ Phononic ซึ่งคาดว่าจะผ่านการรับรองและเริ่มการผลิตภายในครึ่งหลังปี 2569 และเข้าสู่ Mass Production ภายในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.00 บาท


