SET รีบาวด์ สู้รบตะวันออกกลางผ่อนคลาย หลังทรัมป์ะชะลอโจมตีอิหร่าน
InnovestX คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว ราคาน้ำมันร่วงลงแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลัง ปธน. ทรัมป์ ชะลอโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน หุ้นแนะนำวันนี้ GULF และ DELTA
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ฟื้นตัวขึ้นจากความกังวลที่ผ่อนคลายลงเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- ปัจจัยหลักมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศชะลอการโจมตีอิหร่าน ออกไป 5 วัน ช่วยลดแรงกดดันและส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสดีดตัวขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวรับที่ 1385-1395 จุด และแนวต้านที่ 1425-1435 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET รีบาวด์ฟื้นตัว ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับ $100/bbl หลัง ปธน. ทรัมป์ระบุหารือกับอิหร่านและจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป 5 วัน แม้อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเจรจาใด ๆ แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายขึ้น ส่วนประเด็นในประเทศวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นำเข้า ก.พ. ของไทย ทางเทคนิคคาดดัชนีดีดขึ้นจากกรอบล่าง sideways แนวรับ 1395/1385 แนวต้าน 1425/1435
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลาง คงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกงบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลง เพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดั้งนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำเน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือค่าเงินมากอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และ รพ. ระดับบน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยถึงจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำโรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับ สำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเงิน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1.หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดไห้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield iñu 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
2. หุ้น High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็ว เพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ ADVANC TRUE CPALL CPAXT BJC BEM CHG BCH PTTEP
3. หุ้นส่งออกที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือ/และ มาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐ ลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% ทำให้มีต้นทุนภาษีลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กว้างขึ้น ได้แก่ TU ITC DELTA HANA
Trading Idea: เก็งกำไรหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GULF ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสงครามตะวันออกกลางที่เริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลาย ทำให้ราคาเชื้อเพลิง LNG และ Bond Yield เริ่มปรับลงและบาทเริ่มแข็งค่า และ ความคาดหวังรัฐบาลใหม่จะเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 ส่วนผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.50 บาท
DELTA ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นเทคฯ โลก หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ด้านผลประกอบการปี 2569 จะมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับ AI ที่คาดจะเติบโตเลขสองหลัก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ในครึ่งหลังปี 2569 เป้าหมายระยะสั้นที่ 269 บาท


