posttoday

PCE เร่งเครื่องผลิตไบโอดีเซล ขานรับนโยบายรัฐ B10-B20 หนุนพลังงานยั่งยืน

23 มีนาคม 2569

PCE ขานรับนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล จาก B5 สู่ B7-B10 และ B20 ผ่านบริษัทย่อย “นิว ไบโอดีเซล” พร้อมเดินเครื่องผลิตไบโอดีเซลเต็มกำลัง สนับสนุนด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • PCE เตรียมพร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไบโอดีเซล (B100) เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการใช้ B10 และ B20
  • บริษัทมีความพร้อมด้านกำลังการผลิตผ่านบริษัทในเครือที่สามารถผลิตได้กว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน และมีวัตถุดิบปาล์มน้ำมันเพียงพอจากการมีธุรกิจครบวงจร
  • บริษัทคาดการณ์ว่านโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้ยอดขายและรายได้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า จากที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการผสมไบโอดีเซล (B100) จากระดับ B5 เป็น B7 และผลักดันนโยบาย B10 และ B20 จะส่งผลให้ประชาชนได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่ต่ำลงและส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ 

ปี 2568 ไทยผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ 3.9 ล้านตัน หากเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น B10 ต้องใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นอีก 0.9-1.3 ล้านตัน ซึ่งวัตถุดิบยังมีเพียงพอรองรับ โดยสามารถนำน้ำมันปาล์มดิบที่ส่งออกปีละ 1.2 ล้านตัน เปลี่ยนมาผลิตเป็นไบโอดีเซลได้ทันที และจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารและการบริโภคในประเทศ

PCE ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจรของประเทศไทย มีความพร้อมหากภาครัฐมีนโยบายออกมาชัดเจน และมีผลบังคับใช้การผสมไบโอดีเซลที่สูงขึ้น เนื่องจาก บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ PCE ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีศักยภาพด้านกำลังการผลิตไบโอดีเซลที่สูงกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน หรือประมาณ 39.0 ล้านลิตรต่อเดือน นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล (B100) อย่างเต็มรูปแบบ

“บริษัทประเมินว่า หากนโยบายการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานโดยตรง คาดการณ์ว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ยอดขายและรายได้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจาก PCE มีจุดแข็งด้านวัตถุดิบที่เพียงพอสามารถป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซลได้อย่างต่อเนื่อง” นายพรพิพัฒน์ กล่าว 

โดยปัจจุบันโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทมีกำลังการผลิตรองรับสูงถึง 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน และกำลังขยายเพิ่มโรงสกัด เฟส 3 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในการควบคุมวัตถุดิบในการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำพร้อมป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตไบโอดีเซลของกลุ่มบริษัทอย่างไม่มีสะดุด

ทั้งนี้ PCE เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียว ในอุตสาหกรรมที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์มสำหรับบริโภคและภาคอุตสาหกรรม โรงงานผลิต B100 ตลอดจนคลังจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ทั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยระบบโลจิสติกส์การขนส่งทางบกและทางน้ำ โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีคุณภาพ ลดความผันผวน และพร้อมตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สร้างรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ข่าวล่าสุด

คว้ารางวัลระดับเอเชีย! SCB - FWD ปลื้ม “ประกันทรัพย์พอร์ตทุกวัย” ชนะใจกรรมการด้วย MarTech สุดล้ำ