สู้รบตะวันออกกลางตึงเครียด กดดัน SET แกว่งผันผวน กรอบ 1,400-1,455 จุด
InnovestX คาด SET แกว่งผันผวนทางลง หลัวการสู้รบในตะวันออกกลางตึงเครียด ปัจจัยในประเทศติดตามมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง หุ้นแนะนำวันนี้ ADVANC และ BBL
KEY
POINTS
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ดัชนี SET อยู่ในภาวะ Risk-off และแกว่งตัวผันผวนในทิศทางลง
- บริษัทหลักทรัพย์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ไว้ที่ 1,400-1,455 จุด โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงและจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น ลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน และเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจำกัดหรือได้ประโยชน์จากสถานการณ์
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งผันผวนทางลง การสู้รบในตะวันออกกลางตึงเครียดหลังอิหร่านระบุจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน IT ระบบผลิตน้ำจืดของพันธมิตรสหรัฐในภูมิภาค ตอบได้คำขู่ สหรัฐฯ ที่จะถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่าน หักล้างความหวังที่ ปธน. อิหร่าน เสนอจัดตั้งโครงสร้างความมั่นคงเพื่อสร้างหลักประกันด้านสันติภาพ ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ทางเทคนิค ดัชนียังแกร่งผันผวน แนวรับ 1415/1400 แนวต้าน 1445/1455
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลาง คงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกงบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลง เพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดั้งนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำเน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือค่าเงินมากอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และ รพ. ระดับบน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยถึงจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำโรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับ สำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเงิน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1.หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดไห้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield iñu 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
2. หุ้น High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็ว เพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ ADVANC TRUE CPAL
3. หุ้นส่งออกที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือ/และ มาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐ ลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% ทำให้มีต้นทุนภาษีลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กว้างขึ้น ได้แก่ TU ITC DELTA HANA
Trading Idea: เก็งกำไรหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ADVANC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานที่สูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 386 บาท
BBL ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเป็นหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลสูงและจะเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เม.ย.2569 ที่ 8 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น Div. Yield ที่ 4.8% ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อปี 2569 เติบโต 2-3% หนุนจากกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่และต่างประเทศ และคาดได้ประโยชน์จาก FDI ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 169.00 บาท


