ดุสิตธานี เร่งเครื่องปี 69! พลิกเกม Asset Light ลุยเปิดโรงแรมใหม่ ดันรายได้โต 15%
"ดุสิตธานี" เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light เต็มสูบ ขยายโรงแรม 5–10 แห่ง พร้อมแรงหนุนจาก Dusit Central Park จ่อโอน 65% ปลดล็อกกระแสเงินสด ลดหนี้ เสริมความแข็งแกร่งการเงิน แม้เจอแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- "ดุสิตธานี" เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light เต็มสูบ ขยายโรงแรม 5–10 แห่ง
- พร้อมแรงหนุนจาก Dusit Central Park จ่อโอน 65% ปลดล็อกกระแสเงินสด ลดหนี้
- เสริมความแข็งแกร่งการเงิน แม้เจอแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์
นายสุกิจ งามสง่าพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงินกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานปี 2568 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบปะผู้ลงทุน หรือ Opportunity Day (Opp Day) ว่า ในปี 2569 กลุ่มดุสิตธานีจะยังคงเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ Asset Light
โดยเน้นการรับจ้างบริหารโรงแรมเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ
- การขยายตัว ตั้งเป้าเปิดโรงแรมใหม่ที่รับบริหารเพิ่มอีก 5-10 แห่ง
- เป้าหมายรายได้ คาดการณ์การเติบโตของรายได้ในกลุ่มโรงแรมที่ 10-15% โดยมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เฉลี่ยที่ 75%
- โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ มีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเปิดให้บริการครบทั้ง 257 ห้องแล้ว
กลุ่มดุสิตธานีมีรายได้รวมปี 2568 แตะที่ระดับ 8,900 ล้านบาท รายได้หลัก 65% มาจากธุรกิจโรงแรม รองลงมาคือธุรกิจอาหาร 18% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8% และธุรกิจการศึกษา 5% บริษัทมีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 290 แห่ง ใน 18 ประเทศทั่วโลก
สาเหตุที่รายได้รวมปี 68 ลดลง 20.2% จากปี 67 เนื่องจากในปี 67 มีรายการพิเศษ (One-off) จากการรับรู้รายได้ก้อนใหญ่ประมาณ 3,000 ล้านบาทจากการส่งมอบอาคารค้าปลีก แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากธุรกิจหลัก (Core Business) จะพบว่าเติบโตขึ้น 17.4% โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่เติบโต 17.1% จากการดำเนินงานเต็มปีของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
อสังหาฯหัวใจหลักสร้างกระแสเงินสด
โครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในปี 2569
- ยอดโอนกรรมสิทธิ์ บริษัทตั้งเป้าหมาย โอนห้องชุดพักอาศัย (Residential) ให้ได้ 65% ของทั้งหมด ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะช่วยลดภาระหนี้สินอย่างมีนัยสำคัญ
- การจัดการหนี้ จากเงินที่ได้รับจากการโอนห้องชุด 50% จะถูกนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้สถาบันการเงินทันที เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน
- โครงการใหม่ เตรียมเดินหน้าการก่อสร้างและเริ่มการขายโครงการ "ดุสิต อะจารา" ที่หัวหิน โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกที่ 20-30%
ต่อยอดความหลากหลาย
กลุ่มอาหาร ตั้งเป้าเติบโต 8-12% โดยมีแผนขยายสาขาบองชู เพิ่มอีก 10-12 แห่ง และขยายฐานเข้าสู่กลุ่มลูกค้า B2B มากขึ้น รวมถึงการหาจังหวะที่เหมาะสมในการนำธุรกิจอาหารเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO)
กลุ่มการศึกษา คาดการณ์การเติบโตที่ 10-12% โดยจะเน้นการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอผ่านหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) และโปรแกรม Upskill/Reskill เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานในปัจจุบัน
ถามว่า.. บริษัทมีแผนจะนำสินทรัพย์ในโครงการ Dusit Central Park เข้ากองทรัสต์ (REIT) ในครึ่งแรกของปี 2569 หรือไม่ ?
ในปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผน เนื่องจากสินทรัพย์ที่จะเข้ากอง REIT ได้ต้องมีการดำเนินงานจนมีกระแสเงินสดที่มั่นคงเพียงพอสำหรับจ่ายปันผล จึงต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมและมูลค่าที่ตอบโจทย์
ความไม่สงบในตะวันออกกลางกระทบต่อธุรกิจอย่างไร ?
รายได้จากโรงแรมในตะวันออกกลาง จำนวน 8 แห่ง คิดเป็นเพียง 2.5% ของรายได้รวมทั้งหมด จึงมีผลกระทบในเชิงรายได้ไม่มากนัก
แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยหันมาเน้นตลาดเอเชียและตลาดในประเทศ (Domestic) มากขึ้น เพื่อชดเชยกลุ่มลูกค้าที่อาจลดลงจากปัญหาเรื่องเที่ยวบินและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นในบางภูมิภาค
ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืน
แม้จะมีความท้าทายจากสถานการณ์โลก แต่กลุ่มดุสิตธานียืนยันว่าสถานะทางการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Leverage Ratio) อยู่ที่ 1.28 และ 1.02 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดไว้ที่ 3 เท่าอย่างมาก และบริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่กำลังจะครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมและพฤศจิกายนนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นด้านความยั่งยืนผ่านโปรแกรม "Tree of Life" และการนำเอกลักษณ์ความพึงพอใจแบบไทยมาใช้ในการสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
อย่างไรก็ดี บริษัทมั่นใจว่าด้วยรากฐานที่วางไว้กว่า 70 ปี และการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้ปี 2569 เป็นปีที่ดุสิตธานีสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ตามแผนงาน.


