โลกไม่ปกติ! "กอบศักดิ์" ชี้วิกฤติฮอร์มุซพ่นพิษ SET ดิ่ง Circuit Breaker เตือนรัฐเร่งความมั่นคงพลังงาน
"ดร.กอบศักดิ์" ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอเมริกาและอิหร่านสะเทือนตลาดทุนไทยร่วงหนักกว่า 100 จุด เตือนภัยเงียบภูมิรัฐศาสตร์ย้ายฐานการเผชิญหน้าเข้าสู่เอเชีย จี้รัฐบาลไทยเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ ดัน EV-โซลาร์เซลล์สร้างภูมิคุ้มกันด่วน
KEY
POINTS
- "ดร.กอบศักดิ์" ชี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอเมริกาและอิหร่านสะเทือนตลาดทุนไทยร่วงหนักกว่า 100 จุด
- เตือนภัยเงียบภูมิรัฐศาสตร์ย้ายฐานการเผชิญหน้าเข้าสู่เอเชีย
- จี้รัฐบาลไทยเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่ ดัน EV-โซลาร์เซลล์สร้างภูมิคุ้มกันด่วน
สัปดาห์ที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับมรสุมหนักจนเกิด Circuit Breaker หลายคนตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย ?
เรากำลังอยู่ในภาวะสงครามที่น่ากังวลแค่ไหน ?
"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ(BBL) ถอดรหัสวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังสั่นคลอนตลาดทุนทั่วโลก สถานการณ์การลงทุนในขณะนี้ดูจะตึงเครียดมาก "ดร.กอบศักดิ์" คิดว่าขณะนี้เรากำลังเห็น "โลกที่เข้าสู่ช่วงไม่ปกติ"
เดิมทีเราเน้นเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปีเราเห็นปัญหาในเวเนซุเอลา กรีนแลนด์
และล่าสุดคืออิหร่าน ในอนาคตคิวบาก็อาจจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญ ความไม่สงบเหล่านี้กำลังก่อตัวขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยผ่านตลาดทุนเป็นด่านแรก
ถามว่า..ทำไมตลาดหุ้นไทยถึงปรับตัวลดลงรุนแรงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ?
"ดร.กอบศักดิ์" ตลาดหุ้นไทยเปิดมาสัปดาห์นี้ตกไปหนักมาก วันจันทร์ลดลง 61 จุด และวันพุธร่วงไปถึง 117 จุด จนต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker)
สาเหตุสำคัญมี 2 เรื่อง ข้อหนึ่ง คือ เราอยู่ในจุดที่สูงมาก ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยโตขึ้นมา 25% เป็นอันดับสองรองจากเกาหลีใต้ที่โตถึง 50% เมื่ออยู่สูงเวลาปรับตัวจึงรุนแรง
ข้อสอง คือ โครงสร้างการพึ่งพาน้ำมัน ไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงมาก โดยเฉพาะผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
ถามว่า..วิกฤติในช่องแคบฮอร์มุซในครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน ?
"ดร.กอบศักดิ์" มองว่าครั้งนี้มีเซอร์ไพรส์ตรงที่มีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของอารัมโก (Aramco) และโรงผลิตแก๊สธรรมชาติของกาตาร์ จนต้องปิดโรงงาน ปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซกว่า 100 ลำ หรือประมาณ 10% ของเรือขนส่งทั่วโลก
ช่องแคบนี้เป็นต้นตอของน้ำมันถึง 20% ของโลก หากเอาเรือออกมาไม่ได้ หรือสงครามยืดเยื้อเกิน 4 สัปดาห์ตามที่ประเมินไว้
"ดร.กอบศักดิ์" อาจเผชิญภาวะ "ขาดแคลนพลังงาน" ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้ออย่างเลี่ยงไม่ได้
นโยบายสหรัฐฯที่จะเข้ามาค้ำประกันความเสี่ยงและส่งกองทัพเรือคุ้มกันจะช่วยได้หรือไม่ ?ิคิดว่า "ไม่ง่ายอย่างที่พูด" แม้จะส่งกองทัพไปปกป้อง แต่พื้นที่ช่องแคบนั้นแคบมาก ฝั่งอิหร่านมีภูมิประเทศเป็นภูเขาพร้อมซุ่มโจมตีด้วยโดรนได้เสมอ แม้แต่เรือรบสหรัฐฯ เองก็อาจตกเป็นเหยื่อได้
นโยบายนี้อาจผ่อนหนักเป็นเบาได้บ้าง แต่ตลาดก็ยังมีความกังวลสูงอยู่
รัฐบาลไทยควรรับมือกับสถานการณ์โลกไม่ปกติอย่างไร ?
รัฐบาลต้องเตรียมการเรื่อง "ความมั่นคงทางพลังงาน" เป็นหัวใจสำคัญ เราต้องเร่งหาแหล่งพลังงานใหม่เช่นเดียวกับอินโดนีเซียที่ประกาศซื้อน้ำมันและแก๊สจากอเมริกามากขึ้น ต้องส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ และ EV ให้มากขึ้นในทันที
นอกจากนี้ต้องลดการพึ่งพาสหรัฐฯที่มากเกินไป สร้างภูมิคุ้มกันในประเทศด้วยการดูแล SME และความมั่นคงด้านอาหารและยาในชุมชน เพราะในอนาคตมหาอำนาจอาจย้ายฐานการเผชิญหน้าเข้ามาสู่เอเชีย
ท้ายที่สุด "ดร.กอบศักดิ์" ย้ำว่าปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ของประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยน ปัญหาที่เราเจอเป็นความตระหนกจากปัจจัยภายนอกชั่วคราว หากราคาพลังงานไม่พุ่งสูงเกินไปเรายังรับมือได้
คำแนะนำของผมคือ ควรใช้ "เงินเย็น" ในการลงทุนเท่านั้น และต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมรับความผันผวน เพราะแม้แต่ทองคำหรือเงินก็ยังปรับตัวลงแรงได้ในสภาวะแบบนี้ ให้ดูสถานการณ์วันต่อวัน และหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมออกมาสร้างความเชื่อมั่น
สำหรับ ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า ?
"ดร.กอบศักดิ์" ยอมรับว่าต้องติดตามสถานการณ์วันต่อวัน เราต้องดูว่าอเมริกากับอิหร่านจะสู้กันแค่ไหน และฝ่ายใดจะคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้ หากปัญหาเริ่มคลี่คลายภาพก็น่าจะดีขึ้น
แต่ถ้าถามถึงพื้นฐานในระยะยาว "ผมยังเชื่อว่าไทยไปต่อได้ โดยหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่เหมาะสม."


