หุ้นไทยปิดพุ่ง 25.61 จุด นิวไฮรอบกว่า 2 ปี รับ กนง. ลดดอกเบี้ย-DELTA หนุน
ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 25.61 จุด โบรกฯ ชี้ทำนิวไฮรอบ 2 ปี 4 เดือน รับอานิสงส์ กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% เหนือคาด ผสานแรงหนุน DELTA-ADVANC แนะสลับกลุ่มเข้าหุ้นส่งออกและปิโตรเคมีที่ยัง Laggard ประเมินกรอบเคลื่อนไหววันพรุ่งนี้ 1,505-1,525 จุด
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่งขึ้น 25.61 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปี 4 เดือน
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหนือคาด
- ดัชนีได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากหุ้น DELTA ที่ปรับตัวขึ้นและมีผลต่อดัชนีถึง 13 จุด และ ADVANC มีผลต่อดัชนี 2 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันนี้ (25 ก.พ.2569) ปิดตลาดที่ 1,516.01 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 25.61 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.72% มูลค่าการซื้อขาย 95,599.29 ล้านบาท ระหว่างวันขึ้นไปทำระดับสูงสุด 1,522.70 จุด และลงไปต่ำสุดที่ 1,502.67 จุด แบ่งตามประเภทนักลงทุน สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 319.01 ล้านบาท บัญชี บล. ซื้อสุทธิ 983.61 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 2,324.09 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,021.46 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า หุ้นไทยทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปี 4 เดือน จากจุดสูงสุดก่อนหน้าเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2566 โดยหุ้นใหญ่ดันตลาด จาก 2 ตัวที่ทำจุดสูงสุด ได้แก่ DELTA มีผลต่อดัชนี 13 จุด และ ADVANC มีผลต่อดัชนี 2 จุด รวมถึงตัวอื่นๆ อีก คือ GULF มีผลต่อดัชนี 1.2 จุด PTT มีผลต่อดัชนี 1.1 จุด และ KTB มีผลต่อดัชนี 0.8 จุด
ส่วนแรงซื้อ คาดว่าจะมาจากทั้งต่างชาติ และกองทุนในประเทศ (อาจจะมีเม็ดเงินทัังซื้อกองลดหย่อนภาษี และการเพิ่ม positions หุ้นของ Active Fund เพื่อไม่ให้ตก Benchmark)
ขณะที่ปิโตรเคมี เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ มีประเด็นบวกใหม่ หลังจาก Reuters รายงานรัฐบาลเกาหลีใต้อนุมัติแผนของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง LG Chem และ Lotte Chemical ปรับลดกำลังการผลิต เพื่อแก้ปัญหา Supply ล้นตลาดในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ถือเป็น Sentiment บวกชัดเจน ต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีไทย เพราะการลด Supply จากเกาหลีช่วยพยุง Spread และลดแรงกดดันราคา หุ้นที่ได้อานิสงส์โดยตรง ได้แก่ PTTGC, IVL, SCC
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ยังได้รับ Sentiment บวกจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00%
นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค บล.บัวหลวง ระบุว่า 1,500 จุด กลยุทธ์แนะนำ ควรแบ่งขายทำกำไร หุ้นบางกลุ่มที่ขึ้นแรง เช่น ธนาคาร สื่อสาร ฯลฯ ที่ราคาหุ้นทำนิวไฮท์นับจากกลางปีที่แล้ว, เริ่ม นึกหา Catalyst ใหม่ ๆ บวกต่อราคาหุ้นไม่ได้ ส่วนข่าวดีก็ออกหมดแล้ว เช่น ปันผลพิเศษ กำไรดีเกินคาด, เทคนิคคอล Overbough ทั้งรายวันและรายสัปดาห์ และเริ่มส่งสัญญาณกลับตัวลง
และนำส่วนของกำไรที่ขายได้มาต่อยอดหุ้นต้นรอบ ที่เรามองว่าน่าสนใจเก็บเข้าพอร์ต โดยสามารถเริ่มจากธีมการลงทุนหลัก ๆที่เรา แนะนำ ยกตัวอย่าง หุ้นอิงการหมุนกลุ่มตามแนวทางที่กลยุทธ์ย้า เรื่อง Flows Rotation เช่น
1.) ดักวัฎจักรเศรษฐกิจ แถมภัยสงครามสหรัฐฯ อิหร่าน ผลักดันราคาพลังงาน น้ามัน ก๊าซธรรมชาติ เรือเทกอง, เรือตู้, การผลักต้นทุนไปเป็นรายได้ (PTT, PTTEP, TOP, EGCO, PSL, RCL, PTTGC, IVL)
2.) การอ่อนค่าของเงินบาท, ความไม่แน่นอนของราคาหุ้นอุปโภคบริโภคในประเทศ เห็นได้จากราคาหุ้นกลุ่มนี้เริ่มหมดแรงส่ง (CPAXT, CPALL, DOHOME, MTC, SAWAD ฯลฯ) คาดการหมุนแบบนี้ ส่งผลดีต่อหุ้น HANA, KCE, CCET, SCGP รายได้อิงตามต่างประเทศ
3.) การส่งออกไทยเดือน ม.ค.ที่โตดีเกินคาด โดยตลาดส่งออกที่ขยายตัวแรง คือ โอเชียเนีย จากการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออก ฯลฯ เราเห็นว่าภาคส่งออกที่ขยายตัวสูงนี้ จะส่งผลดีต่อ Upside ของธุรกิจขายน้ำ ขายไฟ ขยายพื้นที่ผลิตของกลุ่มหุ้นเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม (WHA, WHAUP, AMATA, GPSC, BGRIM)
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งในแดนบวก แรงหนุนหลักมาจากหุ้น DELTA (+7.26%) ประเมินปัจจัยหนุน DELTA เป็นเพราะการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่ม TECH สหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาประกอบกับแรงหนุนจากหุ้น ADVANC ทั้งนี้ ไม่ได้มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ แต่คาดว่ามาจากผลประกอบการที่ดีในช่วงไตรมาส 4/2569 รวมไปถึงจ่ายปันผลพิเศษและการแข่งขันที่น้อยลงในธุรกิจสื่อสาร
นอกจากนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติยังน่าจะเป็นอีกปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยจากวันก่อนหน้าที่ซื้อสุทธิ 2,100 ล้านบาท ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็อาจเป็นเพราะนักลงทุนคาดหวังเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและออกมาตรการกระตุ้น รวมไปถึงได้อีกปัจจัยกระตุ้นอย่างการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1% ของ กนง. ที่ถือว่าเหนือกว่านักวิเคราาะห์คาดการณ์กันไว้
สำหรับแนวโน้มวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.2569) ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,505-1,525 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 9,284.46 ล้านบาท ปิดที่ 196.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 6,251.43 ล้านบาท ปิดที่ 266.00 บาท เพิ่มขึ้น 18.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 5,998.50 ล้านบาท ปิดที่ 62.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 5,519.68 ล้านบาท ปิดที่ 37.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 4,357.86 ล้านบาท ปิดที่ 14.60 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง


