PostTalk EP.11 สรพงศ์ อขบ. กลับบ้านสงกรานต์ยังไปต่อได้
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ย้ำรัฐคุมเข้มค่าโดยสาร 6–19 เม.ย. พร้อมเพิ่มเที่ยวรถรองรับ 1.2 ล้านคน ตรวจความปลอดภัยเข้ม-จัดจุดเติมน้ำมัน 94 แห่งทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบกยืนยันตรึงราคาค่าโดยสารรถสาธารณะช่วง 6-19 เม.ย. เพื่อลดภาระประชาชนท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง
- เตรียมพร้อมเพิ่มเที่ยวรถโดยสารจากปกติ 6,000 เที่ยว เป็น 8,000-10,000 เที่ยวต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
- คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย ตรวจสภาพรถและคนขับอย่างเข้มงวด พร้อมกำหนดให้เส้นทางไกลมีคนขับ 2 คน เพื่อรักษาเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ PostTalk ถึงมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัยและการควบคุมราคาค่าโดยสารเพื่อลดภาระประชาชน
นายสรพงศ์ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการขนส่งอย่างมาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ได้มีนโยบายให้กรมการขนส่งทางบกบริหารจัดการให้อยู่ในจุดสมดุลที่เหมาะสม โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว
ทั้งนี้ ในส่วนของการเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการ ได้มีการสำรองเที่ยวรถเพิ่มขึ้นจากปกติวันละ 6,000 เที่ยว เป็น 8,000-10,000 เที่ยว เพื่อรองรับปริมาณความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หรือประมาณ 1,200,000 คน เนื่องจากประชาชนบางส่วนอาจเปลี่ยนโหมดการเดินทางจากรถส่วนบุคคลมาใช้รถสาธารณะแทนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
นายสรพงศ์ ระบุด้วยว่า สำหรับเรื่องราคาค่าโดยสาร รัฐบาลได้สั่งให้มีการตรึงราคาตั้งแต่วันที่ 6 - 19 เมษายนนี้ โดยใช้กลไกการสนับสนุนอุดหนุนส่วนต่างราคาให้กับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อให้ประชาชนสบายใจว่าสามารถเดินทางได้ในอัตราเดิม, ขณะที่รถเมล์ครีมแดงของ ขสมก. และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ยังคงจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิมเช่นกัน
ด้านมาตรการความปลอดภัย นายสรพงศ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 5ปีที่ผ่านมา บขส.ไม่มีอัตราการเสียชีวิตในระบบรถขนส่งสาธารณะเลย เนื่องจากมีการตรวจสภาพความพร้อมของรถและพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสภาพยาง ระบบความปลอดภัย การตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์, รวมถึงกำหนดให้เส้นทางที่เกินกว่า 400 กิโลเมตร ต้องมีคนขับผลัดเปลี่ยน 2 คน เพื่อคงสถิติอัตราการเสียชีวิตในระบบรถสาธารณะให้เป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ประเด็นการดูแลผู้ประกอบการ นายสรพงศ์ กล่าวว่า กรมขนส่งทางบก ได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและ ปตท. เพื่อกำหนดจุดให้บริการสถานีจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถสาธารณะทั่วประเทศรวม 94 จุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการให้บริการสะดุด ส่วนมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ และ ไรเดอร์ อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายกลุ่มตามนโยบายของรัฐบาล
ในส่วนของมาตราการลดภาระค่าเดินทางประชาชนในพื้นที่เมืองหลวงหรือในกรุงเทพมหานครนั้น แม้ว่าอัตราราคาค่าพลังงานจะสูงขึ้นมาก โดยรัฐบาลได้มีการสั่งการให้ ขสมก.นั้นทำการตรึงราคาค่าบริการไว้ในราคาเดิมทั้งหมด นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตราการดูแล ผู้ร่วมบริการทั้งหลายที่อยู่ในหมวดหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งในเร็วๆนี้จะมีการนำเสนอต่อรัฐมนตรีต่อไป โดยกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาถึงทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ และพยายามที่จะทำให้ผู้ประกอบการนั้นสามารถคงระดับคุณภาพการให้บริการที่ดีอยู่ ซึ่งตนในฐานะที่เป็นอธิบดีกรมขนส่งทางบกก็พร้อมที่จะเป็นแกนกลางโดยกรมขนส่งทางบกนั้นพร้อมเป็นแกนกลางกำกับควบคุมให้อัตราราคาค่าบริหารอยู่ในสภาวะที่เป็นธรรมกับประชาชนอย่างเต็มที่
ส่วนแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน นั้น นายสรพงศ์ เน้นย้ำว่า กรมขนส่งทางบก ไม่เคยทอดทิ้งกลุ่มผู้ให้บริการ และได้มีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือแยกตามรายกลุ่ม ทั้งกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์) กลุ่มไรเดอร์ และกลุ่มรถแท็กซี่
นายสรพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมขนส่งทางบกได้ดำเนินการวิเคราะห์และคาดการณ์ระดับการช่วยเหลือที่เหมาะสมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรอรัฐบาลแถลงความชัดเจนในรายละเอียดของมาตรการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยเป้าหมายหลักคือการเยียวยา "กลุ่มเปราะบางทางการขนส่ง" เพื่อป้องกันไม่ให้ดัชนีค่าขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่าที่ควรจะเป็น
อย่างไรก็ตาม นายสรพงศ์ มองว่า วิกฤตราคาพลังงาน ครั้งนี้เป็นสิ่งที่เราทุกคนคงไม่เคยเห็นวิกฤติการที่อัตราราคาน้ำมันเพิ่มสูงอย่างนี้ในช่วงชีวิตมาก่อน หรือแม่แต่ช่วงที่เผชิญวิกฤติ ในอดีตราคาน้ำมันของโลกก็ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึงขนาดนี้ เมื่อราคาพลังงานโลกขึ้นทั้งระบบทั้งกระดานเนื่องจากแหล่งพลังงานถูกโจมตี จึงเป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนนั้นเข้าใจสถานการณ์และร่วมมือกัน และรัฐบาลเองก็ได้ออกแถลงการณ์ ลดการใช้พลังงาน โดยคำนึงถึงเรื่องของการสำรองพลังงานไว้สพหรับเหตุไม่คาดคิดในอนาคต จนทำให้เราต้องมีการปรับตัวเรื่องการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตราการต่างๆขณะนี้เราคิดเป็นรายเดือน เป็นสิ่งที่รัฐบาลสั่งการมาว่าในแต่ละเดือน กรมขนส่งทางบกต้องคำนึงถึงมาตราการต่างๆเพื่อเยียวยา หรือ กลุ่มเปราะบางทางด้านการขนส่ง อย่างไรเพื่อไม่ให้ดัชนีราคาค่าขนส่งนั้นสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่เป็นผู้จ่ายภาษี
โดยการใช้เทคโนโลยี GPS และระบบ DLT GPS Notification ในการกำกับดูแลรถสาธารณะว่าต้องมีการวิ่งให้บริการจริงและเป็นธรรมกับผู้เสียภาษี, พร้อมเตือนผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเองโดยไม่ได้รับอนุญาต หากตรวจพบจะมีบทลงโทษทางพินัยอย่างเข้มงวด รวมถึงการพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการ และ ระบบจะทำการตรวจสอบว่าในแต่ละเดือนผู้ขับขี่วิ่งให้บริการเป็นระยะทางกี่กิโลเมตร เพื่อนำมาคำนวณการเยียวยาให้เกิดความยุติธรรมและเหมาะสมกับต้นทุนที่เสียไปจริง ส่วนกลุ่มที่ไม่มีระบบ GPS (เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง และแท็กซี่บางส่วน)กรมขนส่งทางบก ได้เตรียมระบบ "DLT GPS Notification" ซึ่งเป็นการใช้แอปพลิเคชันบนมือถือให้ผู้ขับขี่สแกนเพื่อยืนยันตัวตนและเข้าสู่ระบบ
ส่วนแผนการหลังจบเทศกาลสงกรานต์ ระบุว่า จะมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป โดยขอให้ผู้ประกอบการยึดถือจิตวิญญาณในการให้บริการและอย่าเอาเปรียบประชาชนในช่วงวิกฤต
อย่างไรก็ตามนายสรพงศ์ย้ำว่า ผู้ประกอบการทุกคนตอนนี้หลายคนมีจิตวิญาณในการให้บริการประชาชน ทั้งนี้หากในอนาคตราคาน้ำมันลดลง ตนก็ได้เน้นย้ำว่าตนลงเร็วตามเช่นกัน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และเราดู GPS ทุกวัน อัตราการวิ่งของรถขนส่งถือว่าเพิ่มขึ้นและเราพยามใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจเช็คอำนวยความสะดวกให้กับทุกฝ่ายและหลังสงกรานต์เราจะกลับมาพูดคุยกับผู้ประกอบการอีกครั้งว่าด้วยสถานการณ์น้ำมันหลังสงกรานต์จะให้ช่วยเหลือหรือกำกับดูแลอย่างไรแต่ตนขออย่างเดียวว่าท่านต้องดูแลประชาชน อย่าปรับขึ้นราคากันเอง หากปรับขึ้นราคาเองเราก็จะเลิกช่วย
ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเองโดยเด็ดขาด หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดหรือถูกเอาเปรียบ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ช่องทางหลักของกรมฯ ดังนี้:
สายด่วน 1584: ประชาชนสามารถโทรศัพท์แจ้งเหตุผ่านหน่วยเรื่องราวร้องทุกข์ สายด่วน 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนั้นกรมขนส่งทางบก ได้มอบหมายให้ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศคอยตรวจสอบและเชิญผู้ประกอบการมาหารือหากได้รับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่
นายสรพงศ์ ระบุด้วยว่า กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวด โดยมีบทลงโทษทางพินัยด้วยอัตราโทษปรับขั้นสูง นอกจากนี้ กรมฯ จะมีการบันทึกประวัติ (Record) ของผู้ประกอบการไว้ทั้งหมด ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการในอนาคต หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดปฏิเสธการวิ่งรถให้บริการหรือฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนในช่วงที่บ้านเมืองเกิดความเดือดร้อน


