posttoday

SET เสี่ยงย่อ กังวลภาษีทรัมป์ครอบงำ แนะ “Selective Buy” ชู GPSC และ DIF

24 กุมภาพันธ์ 2569

SET แกว่งตัว และมีแนวโน้มย่อตัวลง กังวลไทยอาจถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น หากยังไม่บรรลุข้อเรียกร้องที่เหลืออีก 17 ข้อ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GPSC และ DIF

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) มีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลง จากความกังวลเรื่องนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และแรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ
  • กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำคือ "Selective Buy" หรือการเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตที่ดี
  • หุ้นเด่นที่ได้รับการแนะนำคือ GPSC ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง และ DIF ที่มีความน่าสนใจจากอัตราเงินปันผลที่สูง

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัว และมีแนวโน้มย่อตัวลง ตลาดเข้าสู่ภาวะ risk-off กดดันจากข่าวที่ไทยอาจถูกสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น หากยังไม่บรรลุข้อเรียกร้องที่เหลืออีก 17 ข้อ ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหลังซึมซับปัจจัยบวกไปค่อนข้างมาก ส่วนประเด็นการเมืองยังคงต้องรอ กกต.รับรอง ผล จึงจะเริ่มต้นจัดตั้งรัฐบาลได้ ทางเทคนิค ดัชนีมีโอกาสปรับลงทดสอบแนวรับ 1,465/1,455 แต่หากไม่หลุดมองเป็นการพักตัวช่วงสั้นและมีโอกาสฟื้นได้ แนวต้านประเมินที่ 1,490/1,500

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โอกาสพักตัวเพื่อไปต่อในกรอบ 1,450-1,500 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจาก Fund Flow แต่ดัชนีได้ตอบรับข่าวดีเรื่องเสถียรภาพการเมืองไทยไประดับนึงแล้ว จนทำให้ดัชนีที่เข้าใกล้ 1,500 จุด ขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation 

โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่จบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่ยังมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ส่วนการประชุม กนง. คาดจะยังคงมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25%

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไรไตรมาส 1/2569 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคง แนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE

2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนํา AP BAM KBANK KTB PTT TISCO

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC 

2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA 

3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่ม ธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL) 

และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง ขณะที่ปี 2569 คาดกำไรปกติยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ผ่านแนวโน้มต้นทุนที่ลดลงและความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก data center อีกทั้งยังมี Upside จากแผน Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท

DIF ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก Bond Yield ที่ปรับลง และราคาหน่วยลงทุนมีความผันผวนต่ำท่ามกลางตลาดที่เผชิญความไม่แน่นอน ขณะเดียวกันยังมีจุดเด่นเรื่องกระแสรายได้ที่มั่นคงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดี โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2569 สูงราว 9.2% เป้าหมายระยะสั้นที่ 9.60 บาท

ข่าวล่าสุด

'วรวงศ์' มั่นใจส่งออกปี 69 ปีทอง ลุ้น GDP โต 5% แนะเร่ง FTA สู้เวียดนาม