posttoday

GULF กำไรนิวไฮ 8.6 หมื่นล้านบาท ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท - ปี 69 โตต่อ

17 กุมภาพันธ์ 2569

กำไรพุ่งประวัติการณ์! GULF รับทรัพย์ธุรกิจไฟฟ้า-กำไรพิเศษควบรวม INTUCH ดันกำไรสุทธิทั้งปีแตะ 86,562 ล้านบาท ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท พร้อมเร่งเครื่องสู่ยุคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI วางหมากใหม่สู่การเติบโตระยะยาว

KEY

POINTS

  • กำไรพุ่งประวัติการณ์! GULF รับทรัพย์ธุรกิจไฟฟ้า-กำไรพิเศษควบรวม INTUCH ดันกำไรสุทธิทั้งปีแตะ 86,562 ล้านบาท
  • ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท
  • พร้อมเร่งเครื่องสู่ยุคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI วางหมากใหม่สู่การเติบโตระยะยาว

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 135,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 124,622 ล้านบาทในปี 2567 และมีกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) เพิ่มขึ้น 33% จาก 21,572 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 28,776 ล้านบาทในปี 2568

ขณะที่กำไรสุทธิ (net profit) อยู่ที่ 86,562 ล้านบาทในปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการรวมธุรกิจ (gain from amalgamation) กับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท เนื่องจากการควบรวมธุรกิจกับ INTUCH แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัทจึงจัดทำข้อมูลทางการเงินรวมเสมือน (Pro forma) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน 

โดยแสดงผลการดำเนินงานจริงของบริษัทใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รวมกับข้อมูลทางการเงินรวมเสมือนสำหรับงวดสามเดือนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเปรียบเทียบกับข้อมูลทางการเงินรวมเสมือนสำหรับปี 2567 บนสมมติฐานว่าบริษัทใหม่ถือหุ้นใน AIS ในสัดส่วนร้อยละ 40.44 ตั้งแต่ปี 2567

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน และการลงทุนใน AIS

GULF กำไรนิวไฮ 8.6 หมื่นล้านบาท ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท - ปี 69 โตต่อ

การลงทุนในปี 2568 บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จาก AIS จำนวน 15,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จาก 10,229 ล้านบาทในปี 2567 ด้วยผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจ Fixed Broadband ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงจากการลดลงของต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร

นอกจากนี้ บริษัทรับรู้เงินปันผลรับจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 1,192 ล้านบาทในปี 2568

ควักปันผล 3.25 บาท

อย่างไรก็ดี GULF ประกาศจ่ายปันผลปกติในอัตราหุ้นละ 1.05 บาท/หุ้น พร้อมจ่ายปันผลพิเศษอีก 2.20 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินปันผล 3.25 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มีนาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผล 7 พฤษภาคม 2569

ในปี 2568 บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 53,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับ 43,237 ล้านบาท ในปี 2567 ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 86,562 ล้านบาท 

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 773,810 ล้านบาท หนี้สินรวม 407,911 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 365,899 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 0.85 เท่า

GULF กำไรนิวไฮ 8.6 หมื่นล้านบาท ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท - ปี 69 โตต่อ

2026 ปีแห่งการเติบโตต่อเนื่อง

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่

ในปีนี้โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมรวมประมาณ 695 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการ solar farms 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 321 เมกะวัตต์ และโครงการ solar BESS 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 302 เมกะวัตต์ 

ขณะที่ "โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE)" กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 และโครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 63 เมกะวัตต์ ในปีนี้ 

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ "โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation" ประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก data center เพิ่มขึ้นอย่างมาก

โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี 2569 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน 

"ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน" โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี (M81) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) มีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 3/2569

LNG terminal เปิด Q1/72

"ธุรกิจทรัพยากร" ในปี 2569 บริษัทมีแผนขยายการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทช่วยเพิ่มรายได้จาก shipper fee ควบคู่กลยุทธ์ LNG optimization เพื่อบริหารจัดการการนำเข้า การขนส่ง และการจำหน่าย LNG อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่สถานีรับ–จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2572 

AIS หนุนต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลรับจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G การเพิ่มขึ้นของ ARPU

และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังจากการชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz 

GULF กำไรนิวไฮ 8.6 หมื่นล้านบาท ใจป้ำจ่ายปันผล 3.25 บาท - ปี 69 โตต่อ

"กลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูลและคลาวด์" เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปี 2569 โดยจะเป็นปีแรกที่บริษัทรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของศูนย์ข้อมูล GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์

โครงการ GSA02 ซึ่งมีขนาด 38 เมกะวัตต์ และโครงการ GSA03 ซึ่งมีขนาดกำลังการให้บริการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการศูนย์ข้อมูลมากกว่า 500 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

"ธุรกิจคลาวด์" ภายหลังจากความร่วมมือกับ Google เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการระบบคลาวด์ Google Distributed Cloud air-gapped แล้ว บริษัทฯ ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ Google ภายใต้ข้อตกลง Strategic Framework Agreement เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชั่นด้าน AI ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัทฯ สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ 

ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโซลูชันที่รองรับทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) อาทิ ภาคการเงิน การแพทย์ โทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ตลอดจนการยกระดับกระบวนการดำเนินงานภายในด้วยเทคโนโลยี Agentic AI ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Sovereign Cloud สำหรับภาครัฐ ระบบธนาคารไร้สาขา (Virtual Banking) และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคม อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประสบการณ์ลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มบริษัทในระยะยาว

เล็งออกหุ้นกู้ 3-3.5 หมื่นล้าน

บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 30,000–35,000 ล้านบาทในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน

ตลอดจนรองรับการขยายธุรกิจของบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.

ข่าวล่าสุด

กรมทางหลวงสยบข่าว ! ยืนยันบรมราชชนนีวิ่งปกติ ไร้แผนปิดถนน 100%