SET พักตัวหลังขึ้นต่อเนื่อง แนวต้าน 1430 จุด แนะ “Selective Buy” ชู GPSC และ BDMS
InnovestX ชี้ SET พักตัวหลังขึ้นต่อเนื่อง แนวต้าน 1430 จุด การเมืองชัดเจนหนุนนโยบายต่อเนื่องกลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GPSC และ BDMS
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มพักฐานหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1430 จุด
- กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นเป็นรายตัว (Selective Buy) เนื่องจากตลาดมีความผันผวน
- หุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ GPSC ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนก๊าซที่ลดลง และ BDMS จากการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดพักตัวหลังขึ้นต่อเนื่อง สัญญาณ Fund Flow ยังเป็นบวกแต่เริ่มลดระดับลงเร็ว คาดตลาดผันผวนและติดที่แนวต้าน 1420/1430 เช่นเดิม โดยการลงหากพักฐานไม่นานไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1407/1400 ระยะสั้นตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไประดับหนึ่งแล้ว ปัจจัยภายนอก ตัวเลข NFPs ออกมาดีกว่าคาด แต่เป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยาก กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา โดยรวมตลาดหุ้นโลกเริ่มมีช่วงชะลอการขึ้น หลังขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังหนุนหุ้นพลังงาน
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET โมเมนต้มปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมือง และสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขาย ทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุด ได้อย่างมั่นคง
ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sectors, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงาน, ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10% YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผล สำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SETESG Rating A- AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไร ปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จาก นโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW)
2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จาก การหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA
3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่ แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC
และ 4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไรไตรมาส 4./2568 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยกระตุ้นจากต้นทุนก๊าซฯ ที่มีแนวโน้มลดลง และมี Upside จากการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 เติบโต 50%YoY ใกล้เคียงกับตลาดคาดและสูงกว่าเราคาดเล็กน้อย หนุนจากกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุนที่ดี และไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท
BDMS ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประกันสุขภาพแบบ Co-payment และการกำหนดเครือข่ายโรงพยาบาลที่ชัดเจนโดยบริษัทประกันช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 8%YoY ในปี 2569 อัตราผลตอบแทนปันผลน่าสนใจช่วยลดความเสี่ยงขาลง เป้าหมายระยะสั้น 21.40 บาท


