หนักหน่วง! SCC ตั้งการ์ดสูง ปรับพอร์ต-รัดเข็มขัดขั้นสุด ฝ่าสึนามิเศรษฐกิจปี69
คลื่นใหญ่ 20 เมตร! ศึกหนักปี 69 เศรษฐกิจไทยโตต่ำ โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเกมการเมืองโลกยังเดือด SCC เร่งยกระดับวินัยการเงิน ใช้ AI ลดต้นทุน ทำ Regional Optimization มั่นใจเอาอยู่! ฝากรัฐบาลใหม่เร่งปรับปรุงโครงสร้าง หารายได้เข้าประเทศ อย่าเน้นนำเงินภาษีไปแจก
KEY
POINTS
- คลื่นใหญ่ 20 เมตร! ศึกหนักปี 69 เศรษฐกิจไทยโตต่ำ โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเกมการเมืองโลกยังเดือด
- SCC เร่งยกระดับวินัยการเงิน ใช้ AI ลดต้นทุน ทำ Regional Optimization มั่นใจเอาอยู่!
- ฝากรัฐบาลใหม่เร่งปรับปรุงโครงสร้าง หารายได้เข้าประเทศ อย่าเน้นนำเงินภาษีไปแจก
ในวันที่ตัวเลขยอดขายไม่สวย
ในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ
และในวันที่โลกกำลังเดินเข้าสู่ความไม่แน่นอนระลอกใหม่
"บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC หรือที่รู้จักในชื่อ เอสซีจี" เลือกถอยแต่ไม่ใช่การถอยหนี หากเป็นการถอยเพื่อจัดทัพ ลดน้ำหนักส่วนเกินและสร้างร่างกายใหม่ให้แข็งแรงพอจะเอาอยู่ก่อนคลื่นลูกใหญ่ที่ยังไม่รู้ว่าจะซัดแรงแค่ไหนจะมาถึง
"ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม" กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC มองว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่คลื่นลมสงบ เรายังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ทุกอย่างกำลังเติบโตแบบเบ่งบานเป็นยุคทอง
ตอนนี้เปรียบเหมือนการออกทะเลที่มืดครึ้ม คลื่นไม่ได้สูง 3 เมตร แต่คลื่นสูง 20 เมตรที่เรากำลังจะเจอที่เรายังไม่รู้ว่าจะโดนหนักขนาดไหน ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ จะลุยอะไรบ้าง จะเกิดอะไรขึ้น
นี่คือสิ่งที่เอสซีจีต้องวางแผน โดยเฉพาะกรณีที่เลวร้ายที่สุดจะรับมืออย่างไร แน่นอนว่าวินัยทางการเงินย่อมต้องทำทั้งสถานการณ์ที่ดีและไม่ดี เพียงแต่ปีนี้ต้องยกระดับความเข้มข้นทางวินัยเพิ่มขึ้น
"เราเน้น 4 คำหลักคือ "เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง เอาอยู่" ผ่านการลดต้นทุนโดยใช้ AI และ Robotic เข้ามาเพิ่มศักยภาพ และเน้นการทำ Regional Optimization ในอาเซียน โดยเฉพาะในเวียดนามและอินโดนีเซีย แทนการมองแค่ตลาดไทยที่เล็กเกินไป"
ถอดบทเรียนปี 2568 เมื่อการถอยคือการเตรียมรุก
ในปี 2568 ที่ผ่านมาแม้ยอดขายรวมจะลดลง 3% มาอยู่ที่เกือบ 500,000 ล้านบาท แต่นั่นเป็นเพียงตัวเลขจากราคาตลาดที่ลดลง ในขณะที่ปริมาณการขายจริงกลับเพิ่มขึ้น เอสซีจีตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการทำ Restructuring โดยการปิดกิจการที่ไม่ทำกำไร ยอมเฉือนเนื้อตัวเองเพื่อสร้างร่างกายที่ฟิตและแข็งแรง (Healตี้) กว่าเดิม
ผลลัพธ์คือ กระแสเงินสดที่ยังแกร่งกว่า 52,000 ล้านบาท และความสำเร็จในการ ลดหนี้สินลงได้ถึง 15,000 ล้านบาท สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด จนสามารถดูแลผู้ถือหุ้นด้วยการจ่ายเงินปันผลรวม 5 บาทต่อหุ้นได้ในปีที่ผ่านมา
ยุทธศาสตร์ปี 2569 "เข้มข้น-เข้มแข็ง-เสริมแกร่ง-เอาอยู่"
เมื่อมองไปข้างหน้า ปี 2569 ยอมรับว่าท้าทายกว่าปี 2568 โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโตเพียง 1.6% จากปัญหาเชิงโครงสร้าง คีย์เวิร์ดสำคัญคือ "การปรับตัว" โดยเอสซีจีตั้งเป้ากระแสเงินสดให้มากกว่า 55,000 ล้านบาท และรักษาเงินลงทุนไว้ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยทางการเงิน
โดยตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ให้ต่ำกว่า 5 เท่า จากเป้าหมายปัจจุบันอยู่ที่ 5.5 เท่า และมีการทบทวนพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio Review) เพื่อพิจารณาการขายกิจการ (Divestment) ที่ไม่ตอบโจทย์อย่างต่อเนื่อง
"ปีนี้คาดเป้าหมายรายได้เติบโต 1-3% ตัวเลขอาจจะดูโตน้อยแต่อย่าลืมว่าเราโตในปีที่เศรษฐกิจหดตัว"
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง
- ธุรกิจแพคเกจจิ้ง เติบโตต่อเนื่อง 6-7% จากการย้ายฐานการผลิตมาอาเซียน
- ธุรกิจปูนซิเมนต์ไทย มีแนวโน้มดีจากงบประมาณภาครัฐและการลงทุนต่างชาติ (Data Center)
- ธุรกิจปิโตรเคมี เริ่มทรงตัวและเห็นสัญญาณการชะลอตัวของกำลังการผลิตใหม่ในตลาด บริษัทมั่นใจว่าจะเป็น Last man standing เพราะมีธุรกิจอื่นคอยซัพพอร์ตและกระแสเงินสดเป็นบวก
- ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เนื่องด้วยอสังหาริมทรัพย์ยังเหนื่อยจากการปล่อยสินเชื่อที่ติดขัด จึงต้องเร่งปรับตัวสู่สินค้ามูลค่าสูง (Smart Value Product - SVP)
ขณะที่โครงการ LSP ยังมีภาระเรื่องค่าเสื่อมราคา (Depreciation) แต่เริ่มกลับมาเดินเครื่องแล้ว จุดเปลี่ยนสำคัญคือโครงการอีเทน (Ethane) ที่จะเสร็จในปีหน้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมากและเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว คาดว่าธุรกิจจะเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงปลายปี 2570-2571
สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลใหม่ คือ อย่าเน้นกระตุ้นระยะสั้น มันเป็นการฉีดน้ำตาลเข้าไปกระตุ้นแม้จะดีขึ้นชั่วคราวแต่หนี้จะขึ้นถาวร ดังนั้นอย่าเน้นกระตุ้น ควรเน้นการปรับปรุงโครงสร้าง ต้องทำเหมือนเรา อย่างโครงสร้างที่ต้องปรับ เช่น พลังงาน
ส่วนตัวมองว่าควรเปิดให้ใช้สายส่งร่วม (Third Party Access) เพื่อดึงดูดการลงทุน Data Center ระดับแสนล้าน และรัฐบาลควรลงทุนอัปเกรดสายส่งเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประเทศในระยะยาว เพิ่มรายได้ให้ประเทศไทยอย่าเน้นแต่เอาเงินภาษีไปแจก
ถามว่า มาตรการคนละครึ่งควรเกิดขึ้นหรือไม่ ตอบได้ว่าควรเกิดขึ้นอีกแต่อย่าเสพย์ติด.


