posttoday

SCC ปี 68 กระแสเงินสด 5.5 หมื่นล้านบาท ปันผลอีก 2.50 บาท รัดเข็มขัดสู้เศรษฐกิจผันผวน

28 มกราคม 2569

เศรษฐกิจโลกกดดัน เอสซีจีเดินเกมเชิงโครงสร้าง เร่งใช้ AI และหุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร คุมวินัยการเงินเข้มกดหนี้ลด เงินสดเพิ่ม พร้อมจ่ายปันผล 5 บาท พร้อมยืนยันสถานะการเงินปี 2569 แข็งแกร่ง

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจโลกกดดัน เอสซีจีเดินเกมเชิงโครงสร้าง เร่งใช้ AI และหุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ
  • หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร คุมวินัยการเงินเข้มกดหนี้ลด เงินสดเพิ่ม จ่ายปันผล 5 บาท
  • พร้อมยืนยันสถานะการเงินปี 2569 แข็งแกร่ง

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว

ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า - บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP) 

สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 

3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท 

รายได้ 496,925 ล้านบาท EBITDA 51,249 ล้านบาท

ปี 2568 เอสซีจียังสามารถสร้างการเติบโตของปริมาณการขายในทุกธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งผลให้เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 496,925 ล้านบาท EBITDA 51,249 ล้านบาท และกำไรสำหรับปี 14,075 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว Adjusted EBITDA ของปีจะอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีเมื่อไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 4,962 ล้านบาท

เมื่อพิจารณากระแสเงินสดฯที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568 ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าเป็นอัตราเงินปันผลที่เหมาะสม เพื่อมุ่งดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้บริษัทได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท เป็นเงิน 3,000 ล้านบาท เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท เป็นเงิน 3,000 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ 1 เท่ากับเงินปันผลคูณ 20/80

การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับบริษัท ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันพฤหัสบดีที่2เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือ วันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569 และให้รับเงินปันผลภายใน 10 ปี

ปี 69 คงสถานะการเงินแกร่ง

เอสซีจี มั่นใจว่าปี 2569 จะยังสามารถเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกธุรกิจได้ต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะท้าทายยิ่งขึ้น.

ข่าวล่าสุด

พรรคกล้าธรรมเปิด 2 เวทีชัยภูมิ ประกาศสู้พ่อค้าคนกลาง ปกป้องเกษตรกร